เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า ได้จัดกิจกรรมพบประชาคมนิด้า เพื่อชี้แจงกรณีระงับการเผยแพร่ผลนิด้าโพล ประเด็น “ยืมนาฬิกาหรู” ทำให้นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชา Business Analytics and Intelligence สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ นิด้า อดีตผู้อำนวยการ “นิด้าโพล” ลาออกจากตำแหน่ง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง เนื่องจากเป็นการชี้แจงภายในสถาบัน
ต่อมาเวลา 16.00 น.นายประดิษฐ์ ได้กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีการระงับผลโพล ว่า จากข่าวที่ออกไป มีข้อเข้าใจผิดอยู่หลายเรื่อง จึงต้องขอชี้แจงที่มาที่ไปของการระงับผลโพลดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ และกลับมาวันที่ 27 มกราคม พบข้อความจากเจ้าหน้าที่นิด้าโพลที่ส่งข้อมูลโพลเรื่องดังกล่าวที่เตรียมจะเผยแพร่ให้ตนทางไลน์ ซึ่งตนสะดุดกับคำถามว่า “เพื่อนเคยให้ยืมนาฬิกาหรูราคาแพงมาใส่” คำตอบ คือ “เคย” หรือ “ไม่เคย” ซึ่งเป็นการชี้นำ จึงคิดว่าคำถามไม่น่าถามเช่นนี้ เพราะหากคนถูกถามเป็นคนธรรมดา ไม่ได้มีเพื่อนเป็นเศรษฐี จะมีได้อย่างไร ก็ต้องตอบว่าไม่เคย เลยรีบส่งไลน์ถึงเจ้าหน้าที่ว่าขอระงับไว้ก่อน ทันหรือไม่ เพราะเรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันแบะปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป และอาจมีผลต่อภารกิจของนิด้า ส่วนตัวคิดไว้ว่าภายในวันอาทิตย์ จะขอดูข้อมูลว่าคำถามจริงคืออะไร และกลุ่มตัวอย่างเป็นใคร แต่ก็ไม่ทัน เพราะกลายเป็นข่าวไปก่อนว่าผู้อำนวยการนิด้าโพลลาออก
“ในการพูดคุยกับประชาคมนิด้า ผมฝากว่าทำอย่างไรไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมตอบตามความจริงเลยว่าการระงับผลโพลดังกล่าว เพราะเวลานั้นไม่เหมาะสม อยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช.ผลของโพลจะสร้างกระแสความวุ่นวายในสังคม เพราะผมยังไม่เห็นหลักฐานข้อเท็จจริง คำถามจริง และกลุ่มตัวอย่างว่าเป็นใคร และเป็นเรื่องของจรรยาบรรณการทำโพลด้วย หลังจากมาดูคำถามที่แท้จริงแล้ว อย่างคำถามแรกคือ ปกติเพื่อนของท่านให้ยืมนาฬิกาแสนหรูราคาแพงมาใส่หรือไม่ หากคนตอบเป็นสามัญชน ไม่มีเพื่อนมหาเศรษฐี จะมีนาฬิกาให้ยืมได้อย่างไร คำตอบก็คือไม่ แต่จะนำมาเป็นผลโพลทันที และเมื่อดูกลุ่มประชากรศาสตร์ พบว่ากลุ่มคนตอบ 61% การศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รายได้ 55% ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือน คนกลุ่มนี้จะมีเพื่อนเป็นเศรษฐี ให้นาฬิกาแสนหรูราคาแพงมาใส่หรือไม่ ร้อยทั้งร้อยคือไม่มี จึงมั่นใจว่าโพลครั้งนี้มีปัญหา แม้กระบวนการทำโพลนิด้า วิธีการถูกต้อง การคำนวณ การสุ่มตัวอย่างถูกต้อง แต่มีปัญหาเรื่องจรรยาบรรณในการตั้งแบบสอบถาม” นายประดิษฐ์ กล่าว

นายประดิษฐ์กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกว่าโพลครั้งนี้เป็นโพลไม่ซื่อตรง ไม่ซื่อสัตย์ คำถามไม่รัดกุม เห็นได้จากที่มีนักวิชาการจากสวนดุสิตโพล และเอแบคโพล ออกมายืนยันว่าการทำโพลครั้งนี้ชี้นำ ไม่ตรงตามหลักวิชาการ ซึ่งโพลที่ดีมี 3 หลักการ คือ 1.ประโยชน์ต่อสังคม 2.คำถามไม่ชี้นำ และถูกต้องตามหลักวิชาการ และ 3.ผู้ทำโพลมีความเป็นกลาง ปราศจากอคติต่อประเด็น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโพลที่ทำ ซึ่งโพลในครั้งนี้ของนายอานนท์ เห็นชัดเจนว่าไม่ตรงตามหลักทั้ง 3 ข้อ โดยเฉพาะข้อแรกที่มีประโยชน์อะไรต่อสังคม นอกจากนี้ ยังเป็นคำถามชี้นำ
นายประดิษฐ์กล่าวอีกว่า เมื่อดูจากการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายอานนท์ ซึ่งมีคนส่งให้ตนดู เช่น “ถ้าป้อมรอด ตู่กับ คสช.ก็จะไม่รอด อยู่ไม่ได้ ขาดความชอบธรรม” หรือ “ลุงตู่ครับ ผมนะอยู่ข้างท่านมาตลอด ลุ้นใจหายใจคว่ำกับลุงมาตลอด ลุ้นจนถอดใจก็มี คนรอบข้างตัวลุงมีปัญหาจริงๆ ครับ น้องรักพี่ แต่พี่รักน้องไหม ผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ พี่จะพาน้องเดือดร้อนเสียหายครับ ผมห่วงจริงๆ ครับลุงตู่” เป็นต้น จึงอยากให้ทุกคนพิจารณาเองว่ามีธงอะไรในใจในการทำโพลหรือไม่
“ยืนยันว่าผม และนายอานนท์ไม่ได้มีปัญหากัน เนื่องจากนายอานนท์ก็เป็นลูกศิษย์ผม เมื่อต้องการเรียนปริญญาเอกก็ขอให้ผมเขียนจดหมายแนะนำตัวไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา จนเมื่อจบปริญญาเอกอยากเป็นอาจารย์นิด้า ผมก็เขียนหนังสือรับรองให้มาสมัครเป็นอาจารย์ จนได้เป็นอาจารย์ตามกระบวนการ ครั้งแรกที่ทราบเรื่องนี้รู้สึกโกรธ เพราะเป็นลูกศิษย์ แต่เวลาผ่านไปก็รู้สึกเสียใจ ที่คนเช่นนี้มาทำให้สถาบันเสียหายภายในเวลาแค่ 10 วัน อ้างเรื่องสิทธิเสรีภาพวิชาการ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด นิด้าโพลเป็นหน่วยงานภายใต้นิด้า จะทำอะไรอธิการบดีต้องรับผิดชอบ ดังนั้น จึงต้องเข้าใจเรื่องเสรีภาพวิชาการ และอำนาจหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตาม นายอานนท์ยังคงทำงานเป็นอาจารย์นิด้าได้ตามปกติ เพราะนิด้ามีวัฒนธรรมการทำงานเป็นของตนเอง เปิดโอกาสให้อาจารย์ได้แสดงเสรีภาพทางวิชาการ หรือแม้แต่ประเด็นการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาผมไม่เคยห้ามอาจารย์นิด้าไปขึ้นเวทีต่างๆ แต่ขอให้ไปในนามส่วนตัว ไม่ใช่สถาบัน” นายประดิษฐ์ กล่าว
นายประดิษฐ์กล่าวต่อว่า นายอานนท์เข้ามาเป็นผู้อำนวยการนิด้าโพลเพียง 10 วัน แต่ทำเรื่องนี้โดยใช้สถาบันเป็นฐาน เพื่อให้ตัวเองดัง ตนสาบานได้ว่าตั้งแต่เป็นอธิการบดียังไม่เคยขอแก้ไขตัวเลขโพล แต่ขอดูประเด็น และไม่ได้ดูทุกโพล ดูเฉพาะโพลที่เป็นเรื่องเซนซิทีฟ ซึ่งโพลนี้เห็นครั้งแรกก็รู้สึกว่ามีปัญหา ที่ผ่านมาตนเคยระงับผลสำรวจ 2 ครั้ง คือ ครั้งนี้ และโพลที่เกี่ยวกับเรื่องไม่บังควร เพราะถือว่าไม่เหมาะสม เรื่องนี้ทำให้นิด้าเสียหายมาก มีการพาดพิงว่าการระงับเพราะมีใบสั่งจากทหาร ยืนยันว่าไม่ใช่ ถ้ามีหลักฐานให้นำออกมาแสดง หากมีจริงตนจะลาออกจากอธิการบดีในวันนั้นเลย และไม่ว่าตนจะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) หรือไม่ ถ้าโพลเป็นแบบนี้เป็นใครก็ต้องสั่งระงับ ทั้งนี้ ยืนยันว่า กระบวนการทำโพลหากประเด็นผ่าน เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อสังคมก็ทำได้เลย ตนไม่เคยแก้ไขตัวเลข
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ผลสำรวจภายหลัง พล.อ.ประวิตร ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่ง หากประชาชนไม่ต้องการ ทางนิด้าจะทำโพลเรื่องนี้หรือไม่ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า การทำโพลต้องมีการประชุมเพื่อคัดเลือกหัวข้อที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์กับสังคมหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ทางนิด้ายินดีรับไว้พิจารณา

