เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า การตรวจสอบข้อมูล การดำเนินงาน โครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียม ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา ว่า คณะทำงาน ได้ตั้งข้อสังเกตและสรุปข้อมูล การดำเนินการโครงการสร้างอควาเรียมเบื้องต้นและเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว รอนพ.ธีระเกียรติ เดินทางกับจากต่างประเทศจะหารือ ผู้เหมาะสมที่จะมาเป็นประธานสืบข้อเท็จจริง ส่วนตัวอยากให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเท่าที่ดูน่าจะเป็น รองปลัดศธ. คนใดคนหนึ่ง โดยนอกจากต้องเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับสอศ. แล้วยังอยากได้คนที่มีความรู้เรื่องโครงสร้างด้านสถาปัตยกรรมด้วย ส่วนจะมีคนนอกเข้าร่วมด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ขอเลือกประธานให้ได้ก่อนหากได้ประธานแล้ว ค่อยเลือกคณะกรรมการที่จะมาร่วม ส่วนเงื่อนเวลาในการสืบข้อเท็จจริงนั้น โดยหลักการไม่มีการกำหนดระยะเวลาไว้ แต่เรื่องนี้ต้องมีการหาข้อมูลทั้งจากเอกสารและพยายบุคคล รวมถึงจะต้องลงพื้นที่ ดังนั้นเชื่อว่า คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตั้งรอบปลัดศธ. ระดับ 10 จะมีอำนาจในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องระดับ 11 มาให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ท.โกศล กล่าวว่า ขั้นตอนนี้เป็นการสืบข้อเท็จจริง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมีอำนาจโดยคำสั่งแต่งตั้ง ซึ่งหากพบว่า มีมูล ขั้นตอนต่อไปคือตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งหากมีข้าราชการระดับสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเสนอตั้งระดับ 11 ขึ้นมาเป็นประธานสอบ
พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คณะทำงานของตนได้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้น ในหลายประเด็น อาทิ วงเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 835 ล้านบาท ควรจะครอบคลุมการดำเนินการจนเสร็จสิ้นทั้งหมดหรือไม่ แล้วทำไมถึงไม่เสร็จ ขณะที่เหตุผลในการขยายงวดงานในปี 2555-2559 โดยปัญหาที่อ้างในการขอขยายงวดงาน ว่า เกิดจากปัญหาที่ฐานรากกับงานด้านสถาปัตยกรรมไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะจากการสอบถามผู้รู้ บริษัทเข้ามาประมูลต้องดูแบบก่อสร้างให้เรียบร้อยสมบูรณ์ทั้งหมดแล้ว และจัดสร้างตามแบบที่เสนอ ดังนั้นหมายความว่า แบบก่อสร้างไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่แรกหรือไม่
“คณะทำงานยังตั้งข้อสังเกตกรณีขยายงวดงานครั้งที่ 1 ,2,4,และ6 ซึ่งมีผลต่อเนื่องและไม่สามารถบอกได้ว่า การขยายงวดงานในแต่ละครั้งรัฐได้เปรียบหรือไม่ และงวดงานที่ 3และ5 ยังไม่ได้มีการเจาะลึกว่า ทางบริษัทที่ก่อสร้างเสียค่าปรับให้กับทางสอศ. หรือไม่ เพราะถือว่า การดำเนินงานไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งเท่าที่ทราบค่าปรับค่อนข้างสูง ถึงวันละ 8 หมื่นบาท อีกทั้งยังมีประเด็นที่สอศ. ขอเพิ่มงบประมาณในปี 2558 จำนวน 126 ล้านบาทและปี 2559 อีก 40 ล้านบาท ซึ่งพบว่า การของบฯเพิ่มทั้ง 2 ครั้ง ถูกนำไปดำเนินการในส่วนของบริเวณรอบนอก เช่น ถมดิน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในอาคาร และในปี2560 อีก 69 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดทำระบบกรองน้ำโดยในส่วนนี้ยังไม่มีการตรวจสอบรายละเอียดว่า การดำเนินงานมีความผิดปกติหรือไม่ “พล.ท.โกศลกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่เครือข่ายผู้ปกครองวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ เร่งรัดให้ศธ. ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ พล.ท.โกศล กล่าวว่า ล่าสุดตนได้คุยกับประธานเครือข่ายแล้ว ซึ่งทางเครือข่ายฯ เข้าใจว่าศธ.จะไม่ดำเนินการโครงการนี้ต่อ ซึ่งตนได้ชี้แจงไปแล้วว่า ทางคณะทำงาน ได้เสนอไปแล้วตั้งแต่ต้น และรัฐมนตรีว่าการศธ. เองมีนโยบายดำเนินโครงการนี้ต่ออย่างแน่นอน ซึ่งทางเครือข่ายเข้าใจ

