‘หม้อดินใบร้าว’ มรภ.สงขลา ละครหุ่นเงา…สร้างคุณค่า ‘เด็กพิเศษ’

11.02.18 | 15:03 น.

“มองดูฉันให้ดีซิ ฉันนี้เป็นคนพิเศษ มองดูฉันให้ดีซิ ฉันนี้เป็นคนพิเศษ ฉันช่วย…..ได้” 

ส่วนหนึ่งของเนื้อร้องในบทเพลง “คนพิเศษ” ที่ น.ส.ตถาตา สมพงศ์ อาจารย์โปรแกรมวิชานาฏศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) แต่งขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบงานวิจัยละครสร้างสรรค์สำหรับเด็กพิเศษ กรณีศึกษานักเรียนในสถาบันการศึกษาพิเศษ มรภ.สงขลา โดยส่วนช่องว่างในเนื้อเพลง ถูกออกแบบให้นักเรียนออทิสติกแต่ละคนช่วยทำในสิ่งที่ตนเองมีความถนัด เช่น ฉันช่วยเปิดไฟได้ ฉันช่วยเก็บของได้ เป็นต้น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็กได้เห็นคุณค่าภายในตนเอง

นอกจากนั้น น.ส.ตถาตา ผู้วิจัย ได้นำเพลงดังกล่าวมาใส่ในละครหุ่นเงา เรื่อง “หม้อดินใบร้าว” เนื้อเรื่องกล่าวถึงหม้อสองใบ ที่ใบหนึ่งปกติ แต่อีกใบมีรอยร้าว ใบที่ร้าวก็มองว่าตัวเองด้อยค่า แต่หนุ่มที่หาบหม้อทั้งสองใบกลับเห็นว่าหม้อดินใบร้าวไม่ได้ด้อยค่าเลย เพราะริมทางเดินมีต้นหญ้า ดอกไม้บาน เนื่องจากได้น้ำที่รั่วจากหม้อใบร้าว ดังนั้น แม้หม้อใบร้าวจะมีรอยร้าว แต่ก็มีคุณค่าในตัวเอง เช่นเดียวกับเด็กพิเศษที่มีคุณค่าภายในตนเองเช่นกัน

น.ส.ตถาตา เล่าว่า กระบวนการละครสามารถนำมาใช้พัฒนาผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ เนื่องจากนักเรียนออทิสติกมีความบกพร่องในหลายด้าน เช่น ปัญหาด้านการเข้าสังคม คือ ไม่ชอบให้แตะต้องเนื้อตัว กลัวคนแปลกหน้า ไม่สบตาผู้อื่น ไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ และไม่ตอบสนองต่อบุคคลอื่นๆ เป็นต้น
ละครไม่เพียงแต่เป็นสื่อในการเรียนการสอนที่ทำให้เกิดความสนุกและมีความสุขระหว่างการเรียนรู้ แต่กระบวนการละครยังสามารถแก้ปัญหาสภาวะทางจิตใจของผู้คน เช่นเดียวกับปัญหาพัฒนาการด้านอารมณ์และพฤติกรรม หรือปัญหาด้านทักษะในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หากเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีทักษะในการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้อื่น ก็จะสามารถช่วยเหลือตนเอง เรียนร่วมกับเด็กอื่นได้ อยู่ร่วมกับคนในครอบครัว ที่ทำงาน และสังคมได้อย่างไม่รู้สึกแปลกแยก จนสามารถประกอบวิชาชีพเลี้ยงตนเองอย่างมีความสุขได้ในที่สุด

ทั้งนี้ หลังจากนักเรียนออทิสติกในสถาบันการศึกษาพิเศษ มรภ.สงขลา เข้าร่วมกิจกรรมละครสร้างสรรค์ พบว่ามีพัฒนาการทางด้านอารมณ์และพฤติกรรมที่ดีขึ้น สามารถนั่งชมการแสดงละครหุ่นเงาที่มีความยาวประมาณ 15-20 นาที ได้จนจบกระบวนการ มีอารมณ์ร่วมระหว่างการแสดงและสามารถทำตามโจทย์ที่ผู้วิจัยออกแบบตามเนื้อร้องของเพลงได้ เช่น ช่วยปรบมือ ช่วยเปิดไฟและช่วยเก็บของ เป็นต้น

Advertisement

กระบวนการดังกล่าว ยังสามารถส่งเสริมทักษะด้านการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้อื่น โดยได้นำการแสดงละครหุ่นเงาไปจัดแสดงที่บ้านสาธิต สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนปฐมวัยของนักเรียนปกติ ผลปรากฏว่านักเรียนออทิสติกสามารถร่วมกิจกรรมกับเด็กปกติได้ เช่น การปรบมือร่วมกัน การลุกขึ้นไปเปิดไฟในห้องเรียนใหม่ที่ไม่เคยไปมาก่อน โดยไม่กลัวสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย และการช่วยกันเก็บของหลังจากจบการแสดง โดยนักเรียนออทิสติกสามารถทำตามโจทย์ที่ผู้วิจัยออกแบบเพื่อใช้ในการแสดงละครหุ่นเงาได้อย่างครบถ้วนและมีความสุข
ทั้งนี้ ทางสถาบันการศึกษาพิเศษ มรภ.สงขลา ได้ต่อยอดการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษจากสถาบัน กับนักเรียนปกติที่บ้านสาธิต มรภ.สงขลา ด้วยการนำนักเรียนจากสถาบันการศึกษาพิเศษไปร่วมกิจกรรมที่บ้านสาธิต อาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยให้เด็กๆ ได้ร่วมใช้ชีวิตผ่านการเล่นร่วมกันในสนามเด็กเล่นของโรงเรียนเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการด้านการใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม

“ประเทศไทยยังขาดงานวิจัยที่นำกระบวนการละครมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้แก่เด็กพิเศษประเภทออทิสติก จึงเลือกใช้ละครมาผนวกกับสื่อต่างๆ และใช้ละครบำบัดซึ่งเป็นสื่อในการพัฒนาจิตใจผู้คน การร่วมกันแสดงบทบาทสมมุติเป็นคู่ตรงข้าม หรือคู่กรณีในสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ หาทางออกร่วม ทำให้บุคคลและกลุ่มได้รับฟัง มองเห็นปัญหาร่วมกัน เข้าใจปัญหาของผู้อื่นมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงปัญหาของผู้อื่นกับของตนเองได้ ทำให้มองเห็นความทุกข์ของตนเองที่คล้ายคลึงกับของผู้อื่น และทำให้มองเห็นทางออกหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนขึ้น” ผู้วิจัยระบุ

แม้อาการออทิสติกอาจไม่หายขาด แต่ด้วยกระบวนการที่ต่อเนื่องสามารถช่วยเหลือให้นักเรียนที่มีอาการเช่นนี้ มีพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้ เมื่อเขาออกจากโลกส่วนตัวได้แล้ว ก็จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข