พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้แจ้งปัญหาทุจริตเพิ่มเติมเข้ามาที่ ศธ. กรณีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 32 (บุรีรัมย์) จำนวน 3 คนต่อเนื่องกันดำเนินการจัดอบรมครูโดยเขตพื้นที่ฯ แต่ไม่มีการอบรมจริง มีการแอบอ้างชื่อโรงแรม ซึ่งสตง.ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวจริง ว่า เบื้องต้นทางสตง. ได้ส่งเอกสารข้อมูลต่าง ๆ มาให้ศธ. แล้ว โดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากสพฐ. ตั้งกรรมการลงไปสืบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว ทางคณะทำงานของตนจะลงไปดูเรื่องดังกล่าวควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ นพ.ธีระเกียรติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะผู้กระทำทั้ง 3 ราย ยังรับราชการอยู่
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2557 ปี 2558 และปี 2559 โดยอดีตผอ.สพม.เขต 32 ทั้ง 3 ราย ได้จัดอบรมครูขึ้น แต่ไม่มีการอบรมจริง รายแรก จัดอบรม 6 โครงการ รายที่สองอบรม 1 โครงการและรายที่สามอบรม 9 โครงการ ส่วนงบประมาณโดยรวมจะเป็นเท่าไรนั้น ยังไม่ได้ลงรายละเอียด อย่างไรก็ตามเบื้องต้น ทางสตง. ได้อายัดเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว เช่น หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงินต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายหลักฐาน
“หลังจากที่สพฐ. ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อลงไปหาข้อมูลในพื้นที่ และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้ว ทางคณะทำงานของผม จะลงไปทำงานสืบหาข้อมูลเรื่องนี้ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณาอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นเรื่องเรื่องใหญ่ที่ทางศธ.ให้ความสำคัญในการเร่งดำเนินการแก้ไขให้โดยเร็วที่สุด เพราะเรื่องเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานตามระบบเก่า ที่ก่อให้เกิดปัญหาทุจริตได้ง่าย” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ.กล่าว
ด้านนายรณชัย สุขสมบูรณ์ ผอ.สพม.32 (บุรีรัมย์) กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยช่วงที่ทางสตง.เข้ามาตรวจสอบ ตนยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่ง ดังนั้นจึงไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งนี้เมื่อมีข่าวดังกล่าว ยอมรับว่า บุคลากรในเขตพื้นที่ฯ และครูที่มีรายชื่อเข้าร่วมอบรมค่อนข้างเสียขวัญ ซึ่งตนเองในฐานะผอ.สพม.32 ก็ได้ชี้แจงว่าหากไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ต้องกังวล แต่ทราบว่าครูที่มีชื่อเข้าร่วมอบรมดังกล่าว ได้เข้าให้ข้อมูลกับทางสตง.แล้ว และเท่าที่ทราบมีครูบางคนกังวล ถึงขั้นแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอดีตผอ.สพม.32 ที่ถูกกล่าวหาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ปัจจุบันเข้ามาเป็นผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ ในภาคกลาง จำนวน 2 ราย ส่วนอีกรายปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศึกษาธิการภาค(ศธภ.)

