เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังประชุมกอปศ. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณารูปแบบการพัฒนาโรงเรียนในกำกับรัฐ หรือโรงเรียนที่มีความอิสระทางการบริหารงาน ในรูปแบบการพัฒนาความร่วมมือเพื่อคุณภาพการจัดการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมามีผู้แสดงความคิดเห็นและสนับสนุน ว่าควรต้องมีการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการโรงเรียนในแต่ละประเภท ที่ไม่ใช่ปัจจุบันซึ่งมีการบริหารงานรูปแบบเดียวแต่ใช้กันทั่วประเทศ ซึ่งไม่จะใช้คำตอบของการสร้างคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันยังเป็นต้นเหตุของหลายๆปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยส่วนหนึ่งของโรงเรียนในกำกับรัฐ จะเป็นโรงงเรียนที่มีความพร้อม พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ขณะเดียวกัน ก็จะต้องปรับระบบการบริหารจัดการในโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมด้วย ซึ่งทางอนุกรรมกรรมการการจัดการเรียนการสอน ได้นำเสนอให้มีการนำร่องปรับระบบโดยรวมกลุ่มบริหารจัดการ โรงเรียนในพื้นที่ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 โรงเรียน ซึ่งทางกอปศ. ได้พิจารณาถึงแนวทางความเป็นไปได้ในการดำเนินการปรับระบบการบริหารจัดการในรูปแบบดังกล่าว
นางเรียม สิงห์ทร ประธานอนุกรรมกรรมการการจัดการเรียนการสอน กล่าวว่า ทางอนุกรรมการฯได้นำเสนออ่างขางโมเดลให้ที่ประชุมได้พิจารณา ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่องตามที่อนุกรรมการฯเสนอ ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนทั้ง 5 แห่ง ได้ข้อสรุปว่า จะต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาการสอนด้านวิชาการ เน้นการวิจัยและพัฒนา นำหลักสูตรท้องถิ่นที่เป็นจุดเด่นของแต่ละแห่งมาพัฒนาการเรียนการสอน เสริมเรื่องอาชีพ ขณะเดียวกันจะต้องเน้นสอนภาษาไทย ส่วนด้านการบริหารบุคคล มีข้อเสนอให้โรงเรียนสามารถคัดครูที่ตรงตามบริบทของแต่ละแห่ง ลดภาระครูโดยเพิ่มบุคลากรมาช่วยดูงานธุรการ ขณะที่ในส่วนการบริหารจัดการงบประมาณ อยากให้จัดสรรมาเป็นก้อนตามโครงการ รวมถึงอยากให้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับความยากลำบากในพื้นที่ด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากร
นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การนำร่องร่วมกลุ่มบริหารจัดการโรงเรียนรูปแบบดังกล่าว จะเป็นความร่วมมือระหว่างกอปศ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเบื้องต้นจะดำเนินการภายใต้กฎระเบียบที่มีอยู่ โดยจะเป็นการปรับระบบเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้

