เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการจัดพิธีมอบทุนจากกองทุนเอกอัคราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม (AFCP) โครงการฟื้นฟูบูรณะวัดไชยวัฒนารามระยะที่ 2 โดยมีนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับ
นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้ร่วมงานวันนี้เพื่อสนับสนุนการบูรณะวัดไชยวัฒนารามซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง ตนและภรรยาเมื่อมาถึงเมืองไทยเมื่อ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว จังหวัดที่เดินทางไปก็คืออยุธยา ได้ขับรถไปรอบๆ และเห็นว่าวัดแห่งนี้สวยงามมาก ก่อนจะทราบว่าทางสถานทูตฯ สนับสนุนการบูรณะด้วย
“โครงการนี้ดำเนินมาหลายปี ในปีนี้ถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แสนพิเศษ เพราะครบรอบ 200 ปีความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและอเมริกา โดยจะมีการเฉลิมฉลองทั้งปี งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองมิตรภาพ สิ่งสำคัญสำหรับชาวอเมริกันคือปีนี้ถือเป็นโอกาสที่จะร่วมกันยกย่องภูมิปัญญาไทยในอดีต ในกรุงเทพฯ เราก็สนับสนุนการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศนเทพวราราม ใน จ.แพร่ ก็ได้ไปอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา ส่วนภาคใต้ เรามีโครงการอนุรักษ์ศิลปกรรมของมุสลิม สำหรับวัดไชยวัฒนาราม เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือเพื่อทำให้ที่นี่กลับมาสวยงามยิ่งใหญ่อีกครั้ง” ทูตสหรัฐฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเป็นพิธีมอบเช็คจำลอง จำนวน 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย กว่า 10 ล้านบาท

ต่อมาเวลา 15.45 น.เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและภริยา เยี่ยมชมวัดไชยวัฒนาราม โดยมี น.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยานำชม พร้อมด้วยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร โดยใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงท่ามกลางอากาศร้อน โดยใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้ นายกลิน ที. เดวีส์ ให้ความสนใจชมสถาปัตยกรรมต่างๆ อย่างยิ่ง โดยสอบถามข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะ นอกจากนี้ ยังสวมหมวกนิรภัย และเดินเท้าขึ้นไปยังเมรุทิศหลังหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะภายใต้โครงการดังกล่าวอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ การสนับสนุนทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกมอบทุนจำนวน 4 ล้านบาทเมื่อ ปี 2012 เพื่อออกแบบกำแพงกั้นน้ำ ต่อมาในปี 2013 มอบเงินจำนวน 22 ล้านบาท เพื่อใช้สำรวจ และบูรณะเมรุทิศ สำหรับครั้งล่าสุด มอบเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการบูรณะเมรุทิศเพิ่มอีก 3 หลัง ด้วยวิธีการเดียวกัน โดยโครงการระยะยาวจะบูรณะเมรุทิศทุกเมรุจนครบ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทั้งนี้ การสนับสนุนทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกมอบทุนจำนวน 4 ล้านบาทเมื่อ ปี 2012 เพื่อออกแบบกำแพงกั้นน้ำ ต่อมาในปี 2013 มอบเงินจำนวน 22 ล้านบาท เพื่อใช้สำรวจและบูรณะเมรุทิศ สำหรับครั้งล่าสุด มอบเงินจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการบูรณะเมรุทิศเพิ่มอีก 3 หลัง ด้วยวิธีการเดียวกัน โดยโครงการระยะยาวจะบูรณะเมรุทิศทุกเมรุจนครบ




