ศ.น.สพ.อภินันท์ สุประเสริฐ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยพัฒนาผู้ประกอบการในประเทศ ให้มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจ โดยมุ่งเน้นงานวิจัยนวัตกรรมในการพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ให้ได้รับความรู้ด้านการประกอบธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล.จึงร่วมกับเครือข่ายอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดทำโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เครือข่ายภาคใต้ตอนบน” มีกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการทางด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาสถานที่ผลิต การพัฒนาเครื่องหมายการค้า และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ นำไปสู่การพัฒนาผู้ประกอบการในประเทศให้มีความรู้ในการประกอบธุรกิจ และพัฒนาธุรกิจสินค้าหรือบริการให้มีศักยภาพในการส่งออกและแข่งขันกับต่างประเทศได้
“ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสนใจอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาสินค้าเพื่อการจำหน่ายทั้งภายในประเทศ และการส่งออก มหาวิทยาลัยเองก็ตื่นตัวตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นต้องนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เช่นเดียวกับสินค้า OTOP ที่เราทำอยู่ก็ต้องมีการพัฒนา ไม่ว่าทางด้านวิชาการ หรือนวัตกรรม การบ่มเพาะธุรกิจเพื่อให้สินค้ามีการส่งออก ขายได้ เกิดเป็นอาชีพ และรายได้ นำมาสู่การกินดีอยู่ดีของประชาชน ของประเทศชาติได้” ศ.น.สพ.อภินันท์ กล่าว

ผศ.ดร.นิยม กำลังดี รักษาการแทนผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการ OTOP เครือข่ายภาคใต้ตอนบน จัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ สนใจเข้าร่วมจำนวน 100 ราย แบ่งเป็น กลุ่มหัตถกรรม 20 ราย อาหาร 66 ราย เครื่องสำอางและสมุนไพร 14 ราย และมีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกเพื่อพัฒนาเชิงลึกให้กับผลิตภัณฑ์ 12 ราย ทำให้เกิดการจัดแสดงผลงานของทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์ พร้อมกับการสัมมนา มวล.ในฐานะแม่ข่ายเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้ตอนบน คาดว่ากิจกรรมดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้กลับไปใช้ในการวางแผนเพื่อการพัฒนาธุรกิจก้าวสู่การผลิตสินค้าเพื่อแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจต่อไป



