เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข อดีตคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และคัดค้านการดำเนินการเพื่อทูลเกล้าฯ ขอทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดี มม.โดยมีนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือแทน
รศ.ดร.สุกรีให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบว่า นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดี มม.มีคดีถูกฟ้องร้องถึง 7 คดี อาทิ ที่ศาลปกครอง ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ และศาลรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเป็นผู้มัวหมอง ฉะนั้น การจะดำเนินการเพื่อขอทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นพ.บรรจง เป็นอธิการบดี มม.จึงไม่เหมาะสม ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ควรมีคุณสมบัติที่ปลอดคดีติดตัว ประกอบกับปัจจุบันรักษาการในตำแหน่งเกินกว่า 180 วัน นับจากวันที่แต่งตั้ง โดยข้อเท็จจริงได้ครบวาระในวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายฉบับ และขัดต่อวิธีปฏิบัติที่กำหนดกันไว้ ทำให้ไม่สมควรได้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไป
“แม้ว่าสภา มม.จะระบุให้รักษาการไปจนกว่าจะได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดี จุดนี้ผมมองว่าสภาก็ไม่เหมาะสม เพราะไม่ว่าที่ไหนก็มีธรรมเนียมการรักษาการ 180 วันเหมือนกันหมด ถ้ากำหนดแบบนี้ก็อยู่กันไปจนตายคาโต๊ะใช่หรือไม่ หากไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ก็อยู่กันไปแบบนี้ แล้วจะอยู่กันยังไงต่อไป เพราะตาม พ.ร.บ.มม.ผู้ที่รักษาการแทนเกิน 180 วัน จะไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง และการจะดำรงตำแหน่งอธิการบดี ไม่ควรจะมีคดีติดตัว ซึ่งในจุดนี้ผมไม่ได้ว่าเขาผิดหรือถูก แต่อยากให้ไปแก้คดีให้เสร็จก่อน เพราะ มม.เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ควรเป็นตัวอย่างที่ดี นี่คือสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด หากประเทศต้องการผู้นำที่ชัดเจน ต้องโปร่งใส และเป็นผู้นำของปวงชน มม.เช่นกัน หากนำทางการศึกษาดีๆ จะเป็นตัวอย่างของประเทศได้ ขณะเดียวกันหากมหาวิทยาลัยชั้นนำเน่าเสียเอง มหาวิทยาลัยไม่ได้เน่านะ คนที่เน่าคือผู้นำ” รศ.ดร.สุกรี กล่าว
รศ.ดร.สุกรีกล่าวอีกว่า จะติดตามเรื่องนี้เรื่อยๆ สำหรับตำแหน่งอธิการบดี ใครจะมาเป็นก็ได้ที่ไม่มีคดีแปดเปื้อน หากคุณสมบัติครบคงไม่มีปัญหา จากนี้จะไปยื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และมีคำถามหนึ่งจะถาม สืบเนื่องจากการยื่นคำร้องไปที่ศาลอาญาทุจริต โดยศาลระบุว่ามหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบ บุคลากรมหาวิทยาลัยไม่นับว่าเป็นส่วนราชการ ตรงนี้จะถาม สกอ.เพื่อตอบประชาคมมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ออกนอกระบบว่า ยังเป็นส่วนราชการหรือเปล่า ในเมื่อรับเงินแผ่นดิน รับเงินประจำตำแหน่งงบแผ่นดิน รับตำแหน่งศาสตราจารย์ของแผ่นดิน ตนไม่ได้สงสัยศาลหรอก แต่สงสัย สกอ.ต้องตอบว่าตกลงเราเป็นอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น รศ.ดร.สุกรีได้เดินทางไปยัง สกอ.เพื่อยื่นหนังสือที่มีเนื้อหาเดียวกัน โดยมีนายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา (กกอ.) รับหนังสือ โดย รศ.ดร.สุกรี กล่าวว่า ได้ถามคำถามที่ตนสงสัยกับ สกอ.แล้ว ได้รับคำตอบว่า สกอ.ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ ผู้มีอำนาจตัดสินคือสภา และตนยังอยากให้หลายฝ่ายช่วยติดตามมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกหลายแห่งที่มีปัญหาเรื่องการบริหาร อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มม.เป็นต้น เพราะว่าอำนาจเป็นของสภาพิจารณา และตัดสิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์รองเลขาธิการ กกอ.เพื่อสอบถามแนวทางการดำเนินการต่อไปหลังได้รับหนังสือจาก รศ.ดร.สุกรี ซึ่งเจ้าหน้าที่เลขานุการได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นเป็นการรับเรื่องเท่านั้น จึงไม่สะดวกให้สัมภาษณ์


