จากกรณีภาคีเครือข่ายคณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียลนัดสวมชุดดำชุมนุมเรียกร้องให้ภราดาวินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ลาออกจากการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสและชี้แจงในประเด็นต่างๆ คุณภาพโภชนาการ การบริหารงบประมาณ และคุณภาพการศึกษา ซึ่งต่อมาภราดาวินัยได้แถลงยุติบทบาทบริหารงานชั่วคราวและทำหนังสือแจ้งไปยังมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ความคืบหน้าล่าสุด น.ส.นุสรา เกรียงไกร ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯยังนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีชัดเจนใดๆ ต่อกรณีดังกล่าว ไม่มีหนังสือแจ้งยุติบทบาทและตั้งรักษาการมาปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการแทน ดังนั้น ทางผู้ปกครองอยากเรียกร้องให้คณะภราดาออกมาชี้แจงให้ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน ทราบว่าทางคณะภราดาฯมีความคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้ และจะอนุมัติการยุติบทบาทของภราดา ตั้งผู้รักษาการแทนได้เมื่อใด
“เวลานี้ทุกอย่างยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจน ทางมูลนิธิฯยังนิ่งเฉย เราอยากให้มูลนิธิฯชี้แจง เพราะขณะนี้เรามีความเป็นห่วง เนื่องจากพบว่าภราดาวินัยยังเข้ามาภายในโรงเรียน แต่จะเป็นการเข้า-ออกช่วงเช้ามืด ซึ่งหากทางมูลนิธิฯยังนิ่งเฉยก็อาจจะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่จะเป็นการเดินทางไปที่มูลนิธิฯ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ตัวแทนภาคีเครือข่ายฯจะไปยื่นหนังสือพร้อมด้วยหลักฐาน ตลอดจนรายชื่อผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียนให้แก่ภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ประธานมูลนิธิฯ ที่สนับสนุนให้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีผู้ลงรายชื่อได้ไม่น้อยกว่า 2 พันราย” น.ส.นุสรา กล่าวและว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่ผู้ปกครองไม่สบายใจในการบริหารงานที่คลุมเครือ การเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะการใช้เงินจัดกิจกรรมตรุษจีนและจัดงานวันเกิดของภราดาวินัย นำเงินส่วนไหนไปใช้ และการเบิกเงิน 70 ล้านบาทที่ทยอยเบิกออกไป 3 ครั้ง ขอให้แจงข้อเท็จจริง ยังมีกรณีที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคนเดิมออกไป และตั้งคนใหม่มาทำหน้าที่แทนโดยไม่ชี้แจงเหตุผลและไม่รู้จักประวัติความเป็นมา แต่จากการที่ผู้ปกครองติดตามเรื่องโภชนาการของบุตร พบว่าไม่ถูกหลักโภชนาการ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ปกครอง พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนในทุกๆ เรื่อง สนับสนุนทุกกิจกรรม ด้วยหวังให้สิ่งที่เรามอบไปส่งไปถึงบุตรได้รับการดูแลที่มีคุณภาพในทุกด้าน
ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายฯได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 5 เรื่อง ผิดหวังและสูญสิ้นศรัทธาต่อภราดาวินัย วิริยวิทยาวงศ์ ที่ไม่จริงใจและรักษาสัจวาจาตอนหนึ่งว่า ตามที่ภราดาวินัย ภราดาผู้ทรงศีลในมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ได้ประกาศต่อสาธารณชนด้วยสัจวาจาของท่าน โดยมีใจความสำคัญว่า ท่านน้อมรับการสอบสวน โดยยอมยุติบทบาทการบริหารทั้งหมดในฐานะผู้บริหารโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และได้ลงนามในจดหมายแสดงเจตจำนงขอยุติบทบาทถึงประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทางคณะกรรมการผู้บริหารมูลนิธิฯ ไม่ได้อนุมัติเจตจำนงในการยุติบทบาทการบริหารของภราดาวินัย อันแสดงว่าภราดาวินัยยังคงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ-ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตทางนิตินัยจนถึงวันนี้ ประกอบกับพฤติกรรมของภราดาวินัย ที่ใช้ User Line ที่เคยใช้ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมาส่งข้อความในลักษณะมีการข่มขู่ครูและแสดงพฤติกรรมสะท้อนการมีอำนาจในการบริหารอยู่
กล่าวโดยสรุปว่า ภราดาวินัยยังคงมีอำนาจหน้าที่ตามนิตินัยและพฤตินัย ดังนี้ 1.ประธานคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีอำนาจในการกำกับนโยบายโรงเรียน 2.ผู้อำนวยการ-ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต อันมีอำนาจในการลงนามตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 3.ผู้มีสิทธิตามกฎหมายในการทำธุรกรรมทางการเงินการบัญชีของโรงเรียน รวมทั้งผู้มีสิทธิในการใช้บัตรเครดิตที่อ้างอิงบัญชีโรงเรียนในการทำธุรกรรมส่วนบุคคล และที่สำคัญ ยังใช้ทรัพย์สินที่นิติบุคคลโรงเรียนเป็นเจ้าของ และทางคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ปฏิเสธที่จะดำเนินการปลดหรือยกเลิกสิทธิ-อำนาจตามกฎหมายของภราดาวินัย เพิกเฉย ไม่ให้เกียรติที่จะมาร่วมประชุมกับภาคีเครือข่ายฯ ในฐานะผู้เดือดร้อนจากการบริหารที่ส่อไปในทางทุจริตของภราดาวินัย ซึ่งทางภาคีเครือข่ายฯ ได้เรียนเชิญท่านอย่างเป็นทางการด้วยความนบนอบและเคารพในคณะกรรมการมูลนิธิฯเสมอมา ทางภาคีเครือข่ายฯ ยังคงยืนหยัดอย่างหนักแน่นในจุดยืนที่ว่า ปฏิเสธการเจรจาทุกกรณี จนกว่าภราดาวินัยจะลาออกและทางภาคีเครือข่ายฯ จะกระทำทุกวิถีทางอันถูกต้องตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม คุณธรรม จริยธรรม ในการให้ภราดาวินัยหมดอำนาจหน้าที่ทุกอย่างทางนิตินัยและพฤตินัยโดยตรงและทางอ้อมที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนอย่างเป็นทางการ

