เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยยังไม่อนุมัติหนังสือยุติบทบาทของภราดาวินัย วิริยวิทยาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จากกรณถูกภาคีเครือข่ายคณะครู ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ลาออก จากการบริหารงานที่ส่อว่าไม่โปร่งใสและมีพฤติกรรมส่วนตัวที่ไม่เหมาะสม จนทางภาคีเครือข่ายฯ รู้สึกหมดสิ้นศรัทธาในการรักษาสัจจะวาจา และจะมีการยกระดับด้วยการไปยื่นหนังสือที่สำนักงานมูลนิธิฯ ว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานกับทางมูลินธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย และได้รายงานผลมาว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ได้มีการประชุมหารือกันถึงเรื่องนี้และมีคำสั่งออกมาแล้วให้ภราดาวินัย ยุติบทบาทหน้าที่ตามที่แสดงเจตจำนง และได้แต่งตั้ง ภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เป็นรักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งมีผลแต่งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีคำสั่งเรื่องให้คณะครู อาจารย์ นักเรียนปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

นายพะโยม กล่าวว่า ส่วนเรื่องการแต่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินงานของภราดาวินัยนั้น เท่าที่ทราบคือน่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นในวันนี้ว่าเป็นใครบ้าง ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่อำนาจของ สช. ส่วนทางมูลนิธิฯ จะประสานขอให้ สช.ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยหรือไม่นั้น ตนยังไม่แน่ใจว่าจะมีการประสานมาหรือไม่ คงต้องรอให้มีคำสั่งแต่งตั้งออกมาก่อน แต่หากมีการประสานมาทาง สช.ก็ยินดี
ด้านนายเกษม แจ่มนิลกุล ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กล่าวว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้วว่าเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯ ได้มีการลงมติให้ภราดาวินัยยุติบทบาทแล้ว และได้แต่งตั้งท่านภราดาสุรสิทธิ์ เป็นรักษาการแทน และได้มีเป้นหนังสือคำสั่งออกมาแล้ว ตรงนี้ถือว่าเรื่องคืบหน้าพอสมควร แต่สิ่งที่ทางภาคีเครือข่ายฯ จะติดตามต่อคือ จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเมื่อไร ซึ่งทางภาคีเครือข่ายฯ จะมีการประชุมกันในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้เพื่อหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ
นายต่อศักดิ์ สงวนสุข ศิษย์เก่า ร.ร.เซนต์คาเบรียล และผู้ปกครอง กล่าวว่า ส่วนของตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ ก็คงต้องรอให้เห็นหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจริงเสียก่อน แต่คิดว่าทางมูลนิธิฯ ก็น่าจะดำเนินการตามขั้นตอน ก็คงรอจดหมายอย่างเป้นทางการจากทางเครือข่ายผู้ปกครอง แล้วคงตอบกลับมาว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งตรงนีจะมีการรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปยื่นที่สำนักงานมูลนิธิฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ส่วนที่ว่าจะเดินทางไปวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เป็นเพียงกรอบเวลาคร่าวๆ คงต้องรอการประชุมในวันที่ 24 กุมภาพันธ์อีกครั้งหนึ่ง

