เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) จัดงานมหกรรมอุดมศึกษา:อุดมศึกษา-พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(ยท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทและความสำคัญของมหาวิทยาลัยต่อนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สุด โดยได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นประเทศไทย 4.0 การจะถึงเป้าหมายได้นั้น จะต้องสร้างคนที่มีคุณภาพ ให้มีความสามารถในการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลดการนำเข้าเทคโนโลยี บทบาทสำคัญของการสร้างคนคือ สถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพ ทั้งนี้ การที่จะสร้างคนและองค์ความรู้ที่มีคุณภาพได้ จะต้องดำเนินการควบคู่กับการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ
“มหาวิทยาลัยสร้างองค์ความรู้และผลิตคน การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ รัฐบาลไม่สามารถทำได้ฝ่ายเดียว ต้องผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน ชุมชนที่จะมาร่วมกันตั้งแต่การวางนโยบายการขับเคลื่อน การกำกับดูแล และการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งผลงานต่างๆ จะต้องตอบโจทย์แก้ปัญหาให้กับชุมชน ผลงานวิจัยต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีผลที่แสดงออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งผมพร้อมที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อปลดล็อกปัญหาทั้งงบประมาณ บุคลากร และกฎระเบียบต่างๆ” รองนายกฯกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม อยากให้ ทปอ.รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ เสนอมาเพื่อให้แก้ปัญหาและช่วยขับเคลื่อนประเทศ ก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 ตามเป้าหมาย
พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยและ ทปอ.เป็นหน่วยงานที่มองเห็นปัญหาได้ทุกมิติ เพราะเป็นหน่วยงานที่สร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรม ทั้งยังอยู่ใกล้ชิดกับชุมชน จึงมีประสบการณ์และรู้ดีว่า สิ่งใดที่เป็นปัญหาของประเทศ หรือเรื่องใดที่เป็นปัญหาคอขวด ที่ต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ เช่น การจะทำอย่างไรให้คนมหาวิทยาลัยสามารถทำงานร่วมกับเอกชนได้ โดยไม่ติดขัดระเบียบ หรือความร่วมมือกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควรจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงาน จะได้มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เมื่อจบแล้วจะได้มีงานทำ หรือมีคุณสมบัติที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ เรื่องนี้เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยทำอยู่แต่อยากให้ทำความร่วมมือนี้ให้เข้มข้นขึ้น

