ศธ. หารือทูตจีน ร่วมลงทุนเปิดร.ร.สอนระบบราง

7.03.18 | 16:34 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือกับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เรื่องนโยบายการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มีการหารือกับทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนฯ ในการร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนอาชีวศึกษา ตามนโยบายพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เบื้องต้น จะมีการดำเนินการ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การจัดตั้งโรงเรียนที่มีศักยภาพสูง ในเรื่องของระบบรางไทย-จีน  ซึ่งจะเป็นหลักสูตรจีน 100%  เป็นการลงทุนร่วมกับไทย ดังนั้น การเรียนการสอน การดำเนินการทุกเรื่อง อย่าง ประกาศนียบัตร จะเป็นของจีนทั้งหมด ส่วนศธ.ไทยจะไปดูอาชีวะเอกชนที่มีศักยภาพ มีความพร้อมมาร่วมมือในการพัฒนานักศึกษา  และ 2. ไทย-จีน จะร่วมมือกันยกระดับหลักสูตรไทยที่ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 เช่น ระบบราง ท่าอากาศยาน โดยจัดการเรียนการสอนร่วมกันในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)

นพ. อุดม คชินทร  รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวว่า ทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ในการยกระดับการเรียนการสอนอาชีวศึกษาไทย โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ นั่นคือ สาขาระบบราง ซึ่งทางประเทศจีนจะช่วยอย่างยกระดับอย่างเข้มข้น  เพราะที่ผ่านมาอาชีวะไทยไม่ได้มีความร่วมมือกับอาชีวะศึกษาระบบรางของจีนซึ่ง มี 4 วิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนระบบรางโดยตรง ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการร่วมมือพัฒนาการเรียนการสอนระบบรางที่ทำให้ได้มาตรฐานนานาชาติ รวมถึงจะมีความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของจีนและกระทรวงศึกษาธิการของไทย โดยในเรื่องระบบราง ซึ่งไทยอยากให้ศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบรางในภูมิภาคอาเซียน เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีการขยายในระดับเมือง และประเทศเพื่อนบ้าน ลาว พม่า ล้วนต้องการระบบราง จึงต้องดำเนินการเรื่องระบบรางอย่างเร่งด่วน โดยหลักสูตรดังกล่าวจะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561 เดือนพฤษภาคมนี้

“ตอนนี้การเรียนการสอนระบบรางของไทย ขาดแคลนคน ไม่ว่าจะเป็นช่างเทคนิค หรือวิศวกรระบบราง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการขอใช้หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน มาตรฐานเช่นเดียวกับหลักสูตรของประเทศจีน โดยช่วงเริ่มต้นได้ขอให้ทางประเทศจีนส่งครูมาช่วยในสอน เพราะขาดแคลนครู รวมถึงขอเรื่องทุนการศึกษา ซึ่งการเรียนการสอนจะเป็นรูปแบบทวิภาคี หรือเรียนที่ไทย 1 ปี เรียนที่ประเทศจีน 1 ปี และได้ปริญญา2 ใบ รวมถึงขออุปกรณ์การสอน ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยพร้อมลงทุนและให้ความร่วมมือในครั้งนี้”นพ.อุดมกล่าว