นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ประกาศพร้อมให้การสนับสนุนงานวิจัยในมหาวิทยาลัย โดยขอให้ทปอ. สรุปปัญหาต่างๆ มานำเสนอนั้น ทปอ.กำลังประสานเพื่อเข้าพบรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับตัวแทนจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ ที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล,นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยจะนำเสนอปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยที่เป็นอุปสรรคของมหาวิทยาลัย 3 เรื่อง ได้แก่ 1.งบประมาณ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันมหาวิทยาลัยจะได้รับงบฯวิจัยเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น มาเลขเซีย ไทยก็ยังให้งบฯมหาวิทยาลัยน้อยอยู่ จึงอยากให้รองนายกฯสนับสนุนงบฯวิจัยมากขึ้น 2.องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ซึ่งขณะนี้มีหลายองค์กร อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. , สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ,สภาวิจัยแห่งชาติและอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีความเป็นอิสระ ก็อยากให้ทำงานบูรณการร่วมกัน ไม่ควรแยกกันทำงาน เพราะสุดท้ายจะพบว่างานบางเรื่องซ้ำซ้อนกัน 3.กฎระเบียบต่างๆ โดยเฉพาะการที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพ แต่พบว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยไม่สามารถทำสตาร์ทอัพได้ เพราะติดขัดเรื่องระเบียบราชการที่ไม่ให้อาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพได้ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาส เนื่องจากคนที่เก่งที่สุดในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในมหาวิทยาลัย และเมื่อมหาวิทยาลัยส่งคนเหล่านั้นไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็จะไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับต้นๆของโลก ได้ทำงานในห้องแลปที่ทันสมัยที่สุด แต่เมื่อกลับมา ก็ไม่สามารถประกอบธุรกิจสตาร์ทอัพได้ด้วยตัวเอง ต้องไปสอนผู้อื่น จึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขกฎระเบียบนี้ เพราะมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ จะให้อาจารย์มหาวิทยาลัยทำธุรกิจสตาร์ทอัพได้ อาจารย์คนนั้นก็จะมีการจ้างนักศึกษาทำงาน คนก็จะมาสมัครเรียน มหาวิทยาลัยก็ได้ค่าเล่าเรียน ขณะเดียวกัน อาจาย์ที่สตาร์ทอัพ ก็จะลงทุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย หรือมีภาคเอกชนมาลงทุน มหาวิทยาลัยก็จะได้ห้องแลปที่ทันสมัยสำหรับใช้ในการเรียนการสอนด้วย

