นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) เปิดเผยว่าปี 2561 ศมส.มีแผนงานเผยแพร่วิชาการสู่สาธารณะและมีการจัดกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมทางวิชาการในรูปแบบของการบรรยายและเสวนาวิชาการ โดยเดือนมีนาคมนี้ ศมส. ร่วมมือกับสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการและเปิดตัวหนังสือ ภายใต้ชื่องาน “พหุวัฒนธรรม : อดีตและปัจจุบันของความหลากหลายในปาตานี” ในวันที่ 27 มีนาคม 2561 ณ จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นเวทีสาธารณะ ในการเผยแพร่แนวคิดเรื่อง “พหุวัฒนธรรม” ผ่านกิจกรรมการเสวนาวิชาการ เพื่อให้สังคมตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดนี้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การทำความเข้าใจ และปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม นอกจากนี้จะเป็นการทำงานผ่านเครือข่ายวิชาการ ด้วยการสร้างความร่วมมือในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางมานุษยวิทยาและสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยมิได้มีเป้าหมายเพียงแต่การเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะเป็นกลไกสำคัญของการผสานพลังในการขับเคลื่อนประเด็นทางวิชาการของ ศมส. ให้มีความเข็มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้ทางมานุษยวิทยาและสาขาที่เกี่ยวข้อง
“การจัดเสวนาดังกล่าวศมส.ได้เชื่อมโยงนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2560-2561 ที่มุ่งให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความปลอดภัยปราศจากเงื่อนไขความรุนแรง วิถีชีวิตของทุกคนได้รับการปกป้อง พัฒนาบนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรม และมีส่วนร่วมในกระบวนการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ในข้อที่ 3 เพื่อให้สังคมไทยและสังคมในพื้นที่ยอมรับและเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม และร่วมกันแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการและเปิดตัวหนังสือ ภายใต้ชื่องาน “พหุวัฒนธรรม : อดีตและปัจจุบันของความหลากหลายในปาตานี” จึงเป็นภารกิจสำคัญเพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่อง “พหุวัฒนธรรม” ผ่านกิจกรรมการเสวนาวิชาการ และเผยแพร่หนังสือเรื่อง “หลากมุมมองทางวัฒนธรรม” และ “ไทยใต้ มลายูเหนือ:ปฏิสัมพันธ์ทางชาติพันธุ์บนคาบสมุทรแห่งความหลากหลาย ฉบับภาษาไทย” เพื่อให้สังคมตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดนี้อย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การทำความเข้าใจ และปรับใช้ได้จริงในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมต่อไป”นายพีรพนกล่าว

