หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘การุณ’ประสาน...

‘การุณ’ประสานร.ร.เช็กยอดเด็กรับทุนตกเขียว‘หมอธี’จี้ติดตามใกล้ชิด

11.03.18 | 17:28 น.

จากกรณีที่กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ตรวจสอบบัญชีงบประมาณ ประจำปี 2560 ของสำนักงานปลัดศธ. พบมีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินทุนการศึกษาของนักเรียนในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 88 ล้านบาทล่าสุดพบว่ามีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ราย และได้ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานอื่น โดยศธ.ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. กล่าวว่า ขณะนี้ ศธ.กำลังประสานไปยังวิทยาลัยพยาบาล โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และสถานศึกษาที่มีเด็กทุนเสมาพัฒนาชีวิตเรียนอยู่ เพื่อรวบรวมข้อมูล ว่า ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีนักเรียนที่รับทุนนี้จำนวนกี่คน เด็ก ๆ ได้รับเงินทุนตามจำนวนหรือไม่อย่างไร เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดเข้าหารือร่วมกับคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่มีปลัด ศธ.เป็นประธาน ซึ่งจะเชิญประชุมคณะกรรมการกองทุนฯนัดพิเศษโดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ปัญหาและเยียวยาเด็กเหล่านี้

“นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการยักยอกเงินของเด็กหญิงที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ที่จะช่วยให้เด็กได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น โดยได้สั่งการให้ผมติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเร่งหาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด”ปลัดศธ.กล่าว

นายอภิชาติ จีระวุฒิ อดีตปลัด ศธ.กล่าวว่า ตนอยู่ในตำแหน่งปลัด ศธ. ระหว่างเดือนเมษายน- กันยายน 2554 ซึ่งอยู่ในช่วงปีงบประมาณ 2554 แต่ในปี 2554 มีปลัด ศธ.ถึง 3 คน และในช่วงที่เป็นปลัด ศธ. ก็มีการแบ่งงานให้รองปลัด ศธ.ดูแล แต่ก็จำไม่ได้ว่ามอบหมายให้รองปลัด ศธ.คนไหนดูเรื่องกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต อย่างไรก็ตามเท่าที่ฟังการทุจริตครั้งนี้ปัญหาน่าจะอยู่ที่ขั้นตอนการสั่งจ่ายเงิน ก็คงต้องไปไล่ตามลำดับขั้นตอน

ด้านนายอาทร จันทวิมล อดีตรองปลัด ศธ. ผู้ริเริ่มผลักดันก่อตั้งกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้อยากให้ ศธ.คิดว่าจะเดินหน้ากองทุนฯอย่างไร อยากให้หาคนเก่งคนดีมาช่วยบริหารกองทุนฯเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเด็กในภาวะยากลำบากที่ยังมีอีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศให้ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ถึงแม้วันนี้เด็กกลุ่มนี้จะลดลงแล้วแต่ก็ยังมีที่ตกหล่นอีกหลายพันคนที่ต้องเข้าไปดูแล ส่วนการติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินต่อไปพร้อมทั้งต้องหาทางอุดรูโหว่ไม่ให้เกิดการทุจริตได้อีก

Advertisement