“ภาวิช”แจงยิบจัดอันดับมหา’ลัยไทยครั้งแรกได้รับการยอมรับ เหตุ “อจ.-นักวิจัย” คิดเกณฑ์เหมาะอุดมศึกษา

29.03.16 | 11:59 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการ กกอ.ระบุว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อเอื้อให้เกิดการพัฒนาของหน่วยงาน บุคคล หรือแม้แต่ประเทศที่ถูกนำมาจัดทั้งสิ้น เบื้องต้นจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ดีสำหรับการเลือกสถาบันของนักศึกษา ซึ่งต่างจากการจัดอันดับครั้งก่อน ที่ยังไม่มีอะไรชัดเจน จึงทำให้เกิดเสียงคัดค้านนั้น ทำให้ตนกังวลว่า น.ส.อาภรณ์ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อประชาชน เพราะตนในฐานะเลขาธิการ กกอ.ในขณะนั้น ได้จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในขณะนั้น การดำเนินการ สกอ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำเกณฑ์ และดำเนินการจัดอันดับ ประกอบด้วยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากที่มาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาจารย์เหล่านี้เป็นนักวิจัยที่มีผลงานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เข้าใจสาระ และความสำคัญของการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ได้ผ่านการศึกษาปริญญาขั้นสูงมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น จึงได้รวมตัวกันคิดเกณฑ์การจัดอันดับซึ่งได้พิจารณากันแล้วโดยรอบด้านว่าเป็นเกณฑ์ที่เหมาะกับสภาพ และบริบทของอุดมศึกษาไทย เมื่อคิดแล้วก็ได้นำไปประชุมปรึกษาหารือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และแก้ไขตามข้อเสนอแนะที่ได้รับในระหว่างทาง จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยวิธีการเก็บข้อมูลถูกออกแบบให้เป็นวิธีที่เป็นธรรมต่อมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างที่สุด เปิดให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้กรอกข้อมูลเองลงบนเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ แต่มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดยมีคณะกรรมการสอบเทียบจากแหล่งข้อมูลจริงถึง 3 ทาง และมีการตรวจสอบข้อมูลนั้นๆ

นายภาวิชกล่าวอีกว่า ซึ่งน่ายินดีว่าข้อมูลที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้มาในครั้งนั้นถูกต้องกับความเป็นจริงเกินร้อยละ 90 ข้อมูลที่ให้กรอกในครั้งนั้น มีรายละเอียดย่อยลงไปถึงระดับคณะ ภาควิชา และสาขาวิชา เมื่อถูกนำมาเปรียบเทียบกันโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำให้ประมวลผลลงถึงระดับสาขาวิชา ไม่ใช่แค่เพียงระดับมหาวิทยาลัย โดยข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ในเว็บไซต์ที่กำหนดให้เปิดเผยได้ตามลำดับชั้น โดยรวมแล้วเปิดโอกาสให้คนระดับนักเรียน และประชาชนทั่วไปเข้ามาสืบค้นดูได้ว่าสาขาวิชาใดที่มหาวิทยาลัยใดมีสถานภาพเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลได้ถูกนำมาประมวลในภาพรวม แล้วกลายเป็นการจัดอันดับระดับคณะ และระดับมหาวิทยาลัย ขึ้นมาตามลำดับ นับเป็นระบบการจัดอันดับที่มีความครบถ้วนหลายมิติ ทั้งระดับสาขาวิชา คณะ และมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นระบบที่คิด และทำขึ้นมาโดยอาจารย์คนไทยเอง ดังนั้น หาก น.ส.อาภรณ์ไม่ต้องการเสียเวลาลองผิดลองถูก น่าจะรื้อฟื้นระบบเดิมของ สกอ.ขึ้นมาใช้ นอกจากนี้ ในการจัดในครั้งนั้น ยังคำนึงถึงมิติด้านความพร้อม และระดับของการพัฒนาที่แตกต่างกันของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเบื้องต้นได้จำแนกมหาวิทยาลัยออกเป็น 2 กลุ่ม คือมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย และมหาวิทยาลัยที่เน้นการสอนเป็นหลัก การดำเนินการในครั้งนั้นที่ถือว่าเป็นปีแรกที่มีสิ่งนี้ขึ้นในประเทศไทย ได้ดำเนินการโดยการประชาสัมพันธ์ให้มหาวิทยาลัยเข้าร่วมโดยอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจโดยไม่ได้บังคับ

“ผลจากการจัดอันดับในครั้งนั้นได้ทำให้เกิดการตื่นตัวในมหาวิทยาลัยต่างๆ มาก โดยยืนยันได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างน้อย 2 เรื่อง เรื่องแรกภายหลังจากการประกาศผลการจัดอันดับ พบว่ามหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เผยแพร่ผลการได้รับการจัดอันดับของตนโดยจัดพิมพ์แสดงไว้ในเอกสารต่างๆ ไปจนถึงจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ติดประกาศที่หน้ามหาวิทยาลัย ว่ามหาวิทยาลัยของตนอยู่ในกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ หรือมหาวิทยาลัยของตนมีคณะวิชานั้นๆ ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ เป็นต้น เรื่องที่ 2 หลังการประกาศผลครั้งแรกผ่านไป มหาวิทยาลัยจำนวนมากตื่นตัวถึงขั้นแต่งตั้งคณะกรรมการภายในมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาเกณฑ์ของการจัดอันดับเพื่อวิเคราะห์ว่ามหาวิทยาลัยตนมีข้อบกพร่องอย่างไร และเตรียมการปรับปรุงอย่างไรจึงจะทำให้อันดับในปีต่อไปดีขึ้น เห็นได้ว่าแม้การดำเนินการในครั้งแรก ผลทางบวกที่เกิดจากการจัดอันดับก็เกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน” นายภาวิชกล่าว