เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และประธานอนุกรรมการเพื่อศึกษามาตรการการป้องกันการทุจริตในการเรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้หารือกรณีที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ประชุมร่วมกับ ศธ.และ มท.เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเรียกรับเงิน “แป๊ะเจี๊ยะ” ของโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่งจะเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นต่างๆ ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ในเดือนมีนาคมนี้ เพราะแม้ว่าการเรียกรับเงิน หรือแป๊ะเจี๊ยะ จะเป็นการสมยอมกันระหว่างพ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง กับผู้มีอำนาจของสถานศึกษา เพื่อให้บุตรหลานของตนได้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีชื่อเสียง หรือโรงเรียนยอดนิยมที่มีอัตราการแข่งขันสูง เพราะผู้ปกครองเชื่อว่าคุณภาพทางการศึกษาของแต่ละสถานศึกษาแตกต่างกัน จึงพยายามหาช่องทางเพื่อให้บุตรหลานได้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพที่ดีกว่าที่อื่น
“กลายเป็นช่องว่าง หรือช่องทางให้เจ้าพนักงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนเข้าเรียนระดับต่างๆ มีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งในรูปแบบของการเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึง เงินบริจาคให้กับสถานศึกษา หรือสมาคมที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หรือมีเงื่อนไขผูกพันที่จะให้ประโยชน์ต่อผู้ใดโดยเฉพาะ มิใช่ความหมายของการบริจาคที่แท้จริง และสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นกรณีของการรับสินบน” พล.อ.บุณยวัจน์ กล่าว
พล.อ.บุณยวัจน์กล่าวอีกว่า ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อปี 2550 ที่เคยวินิจฉัยคดีว่า เงินบริจาคหมายถึงเงินที่ได้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แต่หากเป็นการให้เงินเพื่อตอบแทนการกระทำการใดๆ จึงเป็นเงื่อนไขต่างตอบแทนไม่อาจถือเป็นเงินบริจาคได้ เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ซึ่งในกรณีความผิดเกี่ยวกับสินบนประมวลกฎหมายอาญา ได้กำหนดความผิดกับผู้ให้สินบนไว้ด้วยเช่นกัน โดยผู้ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้จะมี “ความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 แล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย ดังนั้น ผู้ปกครองนักเรียนพึงระวังที่จะให้สินบนเพื่อแลกกับที่นั่งนักเรียน
นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.มีนโยบายตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ให้โรงเรียนรับเงินบริจาคระหว่างที่มีการรับนักเรียนอยู่แล้ว แต่หลังจากที่รับนักเรียนเสร็จสิ้นแล้ว จะหารือ ป.ป.ช.เพื่อศึกษากฏหมายก่อนว่าโรงเรียนจะสามารถระดมทรัพยากรได้หรือไม่ แค่ไหน หรือโรงเรียนจะต้องปฏิบัติอย่างไร

