‘ธำรงศักดิ์’ ไขปม ‘พระเจ้าตาก’ เป็นกษัตริย์ตั้งแต่ยังทรงหนุ่ม ชี้อุดมการณ์สูง ไม่สิ้นศรัทธา หวังฟื้นกรุง

15.03.18 | 18:54 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับประเด็นของปัจจัยที่ทำให้พระเจ้าตากขึ้นเป็นกษัตริย์ราชวงศ์ใหม่ได้ ขณะพระชนมายุ 33 พรรษาเท่านั้น โดยสรุปว่า พระเจ้าตากสินมหาราชโดยภูมิหลังแล้วทรงเป็นผู้ที่อยู่ไกลจากศูนย์อำนาจทางสังคมการเมืองและเศรษฐกิจของอยุธยา แม้พระเจ้าตากจะสามารถเปลี่ยนย้ายจากอาชีพพ่อค้าลูกครึ่งไทยกับเชื้อจีนแต้จิ๋ว ที่ทำการค้าจากเมืองต่อเมือง ให้มาเป็นขุนนางระดับกลางในตำแหน่ง พระยา เจ้าเมืองขนาดเล็กปลายเขตแดนอยุธยาที่เมืองตากได้ แต่ก็ยังนับว่าทรงอยู่ไกลจากศูนย์อำนาจการเมืองของอยุธยา ตนจึงศึกษาถึงปัจจัยที่ทำให้ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ราชวงศ์ใหม่ได้ ขณะยังทรงอยู่ในวัยหนุ่ม ในช่วงเวลาเพียง 7-8 เดือนหลังกรุงศรีอยุธยาแตก พบว่ามี 3 ประการหลัก ได้แก่

1. กลุ่มผู้ปกครองเก่าของอยุธยา ทั้งราชวงศ์บ้านพลูหลวงและขุนนางที่สืบทอดสายตระกูลกันอย่างค่อนข้างเสถียรมานานถึง 8 ทศวรรษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สูงอายุ ได้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบโดยฝ่ายอังวะ จึงทำให้ขุนนางระดับกลางและอายุน้อยที่อยู่วงนอกเช่นพระเจ้าตากสามารถปรากฏตัวในฐานะผู้นำสังคมยุคใหม่ได้

2. เจ้าเมืองที่ตั้งตนเองเป็นผู้นำก๊กต่างๆ ทั้งที่ค่ายโพธิ์สามต้น อยุธยา เมืองจันทบูร เมืองพิษณุโลก เมืองฝาง เมืองพิมาย เมืองนครศรีธรรมราช ต่างก็มีแนวคิดเพียงรักษาสถานภาพทางอำนาจและผลประโยชน์ของตนและเครือข่ายในขอบเขตเฉพาะของเมืองเหล่านั้น ขณะที่พระเจ้าตากทรงมีอุดมการณ์ที่จะฟื้นกรุง สร้างความเป็นหนึ่งเดียวของแผ่นดิน และสร้างความเจริญมั่งคั่งให้กลับคืนสู่อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา

3. ภูมิหลังพ่อค้าของพระเจ้าตากที่กล้าได้ แต่เสียให้น้อยที่สุด ดังนั้นในช่วง 3 ปีแรกของการเป็นผู้นำรุ่นใหม่สร้างกรุงธนบุรี พระเจ้าตากจึงเป็นฝ่ายรุกทำลายกลุ่มการเมืองทั้ง 6 ก๊กที่ต่างตั้งรับอยู่กับที่
ในสภาพวิกฤติของสังคมการเมืองหลังสิ้นกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าตากหาได้สิ้นศรัทธา แต่พระองค์ทรงเต็มไปด้วยความหวัง อุดมการณ์ และความมุ่งมั่น พระองค์จึงฟื้นและสร้างอาณาจักรกรุงธนบุรีให้ยิ่งใหญ่กว่าที่อยุธยาเคยเป็นมา

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์