‘หมอธี’มอบสกสค.รายงานคืบหน้าบอร์ด 30 มี.ค.หลังศาลอาญาสั่งจำคุก ‘เสี่ยบิ๊ก-พวก’ 10 ปี

19.03.18 | 18:46 น.

จากกรณีศาลอาญา รัชดาเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ได้อ่านคำพิพากษาคดีปลอมตั๋วเงิน หมายเลขดำ อ.134/2559 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา อายุ 43 ปี อดีตประธานสโมสรทีมฟุตบอลเพื่อนตำรวจในศึกไทยลีก และนายสิทธินันท์ หลอมทอง อายุ 36 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้ตั๋วเงินปลอม โดยศาลพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันใช้เงินปลอมเพียงกระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสอง ให้จำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 10 ปีริบของกลาง ซึ่งภายหลังศาลมีคำพิพากษาทั้ง นายสัมฤทธิ์ และ นายสิทธินันท์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า หลังจากศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวแล้วนั้น ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมกาส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ก็ต้องไปดูด้วยว่าการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวคืบหน้าไปถึงไหน เพราะมีการยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เข้ามาตรวจสอบด้วย ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงาน สกสค. ไปติดตามและมารายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค.ในวันที่ 30 มีนาคมนี้
“ศาลได้พิพากษาตัดสินในส่วนของภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คำถามต่อมาคือในส่วนของสกสค.เอง เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมในเวลานั้น ทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว ก็ให้ไปดูแล้วมานำมารายงาน ที่สำคัญกรณีที่สำนักงาน สกสค.ยื่นฟ้องกับทางบริษัทบิลเลี่ยนฯ ไม่ได้มีเพียงแค่ดราฟ์เท่านั้น ตรงนี้ก็ขอให้ทาง สกสค.ไปดูและรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมด้วย” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ด้านนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถให้ความเห็นหรือพูดอะไรได้มาก เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดคำพิพากษาของศาลทั้งหมด ซึ่งได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปคัดสำเนาคำพิพากษา จากนั้นจะมาหารือในรายละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมว่าหลังมีคำพิพากษามาแล้วมีเรื่องใดบ้างที่สำนักงาน สกสค.จะต้องดำเนินการต่อไป และนำรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการ สกสค.

“ขอให้ได้เห็นคำพิพากษาทั้งหมดก่อน ตอนนี้ก็ทราบเท่าที่ปรากฏในข่าวขอเวลาให้ฝ่ายกฎหมายสรุปรายละเอียดและลำดับเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ว่ามีเรื่องใดดำเนินการไปแล้วบ้าง อยู่ในขั้นตอนใด ส่วนการดำเนินการส่วนอื่นๆ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ เช่น การดำเนินการกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สกสค.ตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลก่อนหน้านี้นั้นก็มีการลงโทษไล่ออกไปแล้ว” นายพินิจศักดิ์ กล่าว