‘อรรถพล’ แฉส่อทุจริตอีก 30 ล. ‘รจนา’เบี้ยวให้ข้อมูลรอบ 3 อ้างปัญหาสุขภาพ 

23.03.18 | 15:09 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีมีการโอนเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ไปยังบัญชีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 22 บัญชี ระหว่างปี 2551-2561 เป็นเงินกว่า 88 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ทางสำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) ได้สรุปและเสนอโทษทางวินัยของ นางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ของ สป.ศธ. อดีตผู้ดูแลกองทุนฯ เรียบร้อยแล้ว โดยเสนอให้ลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษ 2 สถาน คือ ไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ ส่วนจะลงโทษสถานใดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ โดยตนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สป.ศธ. เพื่อมีมติร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีที่ป.ป.ท.เข้าค้นบ้านนางรจนา และพบเอกสารเพิ่มเติมตั้งแต่ปี 2540-2546 นั้น ถือเป็นข่าวดี ทางศธ.จะขอเอกสารดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มาตรวจอบ เพื่อจะไล่ดูว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นตั้งแต่ปีไหน เรื่องนี้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. ย้ำว่า ให้ตรวจสอบทั้งระบบ โดยล่าสุดทางนิติกรได้ทำคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนเตรียมจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. ลงนามเร็ว ๆ นี้

ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบการทุจริตในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเปิดสอนระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษา โดยพบว่า มีการสร้างนักเรียนล่องหนหรือนักเรียนผีขึ้นมา เพื่อรับเงินอุดหนุนรายหัวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว

นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตระหว่าง ปี 2551-2561 จำนวนกว่า 88 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร ซึ่งนโยบายของนพ.ธีระเกียรติ ต้องการให้ตรวจสอบกองทุนฯนี้ทั้งระบบ ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนฯอย่างเป็นทางการในปี 2543 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้เงินประเดิมกองทุนฯ จำนวน 600 ล้านบาท จากสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเอกสารที่รวบรวมจะมีทั้ง เอกสารที่เป็นบันทึกรายงานการประชุม การจัดทำบัญชีเบิกจ่ายในแต่ละปี แม้จะมีเอกสารส่วนหนึ่งที่ยังหาไม่เจอ แต่ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ ได้ค้นพบเอกสารเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด พบเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้องกับปี 2551 และ2553 และยังพบว่า ปี 2550 มีการทุจริตเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทราบจำนวนเงิน อยู่ระหว่างการตรวจสอบและค้นหาเอกสารยืนยัน ทั้งนี้จากเอกสารและข้อมูลที่พบทั้ง 3 ปี พบว่ามีตัวเลขเงินที่หายไปเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ ยังยืนยันไม่ได้ว่า ตัวเลข 30 ล้านบาท ที่พบเป็นการทุจริตทั้งหมดหรือไม่ แต่เท่าที่ตรวจสอบพบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นจริง

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการสืบสวนฯ ได้เชิญนางรจนา มาให้ข้อมูลแล้วถึง 3 ครั้ง แต่นางรจนาปฏิเสธ โดยบอกว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งล่าสุดได้นัดเข้าให้ข้อมูลอีกครั้งวันที่ 23 มีนาคม แต่ก็ไม่มีการประสานเข้ามา และคิดว่า นางรจนาคงไม่มาให้ข้อมูลอีก ส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องอีก 4 รายนั้น ยังไม่ได้เชิญตัวมาให้ข้อมูล ตอนนี้ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบจากเอกสารก่อน เพราะเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่ตัวผู้กระทำความผิดได้ ส่วนพยานบุคคลเป็นเพียงการให้ข้อมูลยืนยันว่าจริง หรือไม่จริง ดังนั้น แม้ไม่ได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้องก็เชื่อว่า จะมีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่ทำการทุจริตได้

“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก 4 ราย แค่ปรากฏชื่อว่า มีส่วนร่วมดำเนินการกองทุนฯนี้ จะไปพุ่งเป้าว่า เขาร่วมทำการทุจริตด้วย ไม่ได้ แต่หากได้เอกสารครบ ก็จะสามารถแจกแจงได้ชัดขึ้น ว่าในแต่ละปีเงินหายไปเท่าไรและมีใครเกี่ยวข้องได้ ส่วนนางรจนา ขณะนี้ ยังถือว่า เป็นข้าราชการ และหากในการประชุมอ.ก.พ. สป.ศธ. วันที่ 26 มีนาคมนี้มีมติลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือปลดออก นางรจนา ออกจากราชการ คณะกรรมการสืบสวนฯ ก็ยังคงต้องทำหน้าที่สืบสวนฯต่อไป เพราะกระบวนการยังมีอีกหลายขึ้นตอน หน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนฯ คือรวบรวมข้อมูลหลักฐาน และเสนอให้ผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอน” นายอรรถพล กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเชิญอดีตปลัดศธ. ที่อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว มาให้ข้อมูลหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตอนนี้ขอให้สรุปข้อมูลจากเอกสารให้ได้ก่อน ส่วนผู้บริหารในอดีตบางคน มีการมอบหมายให้รองปลัดศธ. ดูแลแทน และส่วนใหญ่ จะเซ็นอนุมัติในหลักการซึ่งการที่เห็นลายเซ็นปรากฏในเอกสารอนุมัติงบประมาณต่าง ๆ นั้น ก็อาจเป็นการอนุมัติงบภาพรวม ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปตรวจสอบ ส่วนที่ป.ป.ท. เข้าค้นบ้านนางรจนา และพบเอกสารการดำเนินการกองทุนฯนี้ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2540-2546 นั้น ถือเป็นเรื่องดี ตนจะทำหนังสือประสานขอข้อมูลดังกล่าวจากป.ป.ท.ต่อไป

เมื่อถามว่า หากนางรจนา ไม่มาให้ข้อมูลอีก จะไปพบเพื่อสอบปากคำนางรจนาที่บ้านหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า คงไม่ไป เพราะทางเรา จะเน้นหาข้อมูลจากเอกสาร ซึ่งมีส่วนสำคัญ หากแจกแจงได้ก็จะพบว่า แต่ละปีมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้