เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ห้องประชุมแม่น้ำของ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) โดยภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก สาขาวิชาภาษาไทย จัดเสวนาเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” นี้ ออเจ้าเล่าอย่างไรฤๅ : มายาประวัติศาสตร์ อำนาจนวนิยาย และสายธารสัมพันธบทใน(นัย) พ.ศ.2561″ โดยมี ดร.กีรติ ธนะไชย หัวหน้าภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส เป็นประธานกล่าวต้อนรับคณาจารย์ นิสิต และผู้สนใจงานสร้างสรรค์วรรณกรรม และการแปรรูปนวนิยายเป็นโทรทัศน์ พร้อมร่วมพูดคุย เสวนากับ “รอมแพง” นางสาวจันทร์ยวีร์ สมปรีดา เจ้าของบทประพันธ์ บุพเพสันนิวาส

สำหรับการจัดเสวนาในวันนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่พันธกิจของหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย และหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ที่มีภารกิจสำคัญในการสร้างบัณฑิตที่เข้าใจคุณค่าของภาษา วรรณกรรม และวัฒนธรรมของชาติ เน้นการทำความเข้าใจปรากฏการณ์การสื่อสาร โดยมีวิธีวิทยาในการวิเคราะห์ มีทัศนคติในการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และมีมุมมองต่อปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมอย่างรู้เท่าทัน ตลอดจนเผยแพร่ความมีชีวิตชีวา ความเป็นวิชาการของงานสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจและสนับสนุนให้นักเขียน นักวิชาการ นักวิจารณ์ศิลปะ มีโอกาสได้ผลิตผลงานที่มีคุณค่าทางด้านสติปัญญาและความบันเทิงอีกด้วย

“รอมแพง” เจ้าของบทประพันธ์ กล่าวว่า ตนเริ่มเขียนนวนิยายตั้งแต่ปี 2549 มีความคิดว่าอยากเขียนนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถอ่านได้ อยากให้ออกมาสนุก เข้าใจง่าย เพราะถ้าพูดถึงประวัติศาสตร์คนทั่วไปจะมองถึงเป็นเรื่องเครียด นึกถึงข้าศึก ฆ่าฟัน หรือการสูญเสียต่างๆ สุดท้ายเลยได้เขียนออกมาเป็นนวนิยายเรื่อง บุพเพสันนิวาส ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ปี ในการเก็บข้อมูลและศึกษา วางไทม์ไลน์ของเรื่องได้ คล้ายการต่อจิ๊กซอว์ว่าจะปะติดปะต่อกันอย่างไร สอดแทรกอย่างไรได้บ้าง แต่ใช้เวลาในการเขียนนิยายจริงๆ ประมาณ 1 เดือน

“ขณะนี้ ได้เตรียมเขียนนวนิยายบุพเพสันนิวาสภาค 2 และวางพล็อตไว้แล้ว เป็นแนวโรแมนติกคอเมดี้ สอดแทรกประวัติศาสตร์ ในปลายอยุธยา ส่วนแนวการเขียนก็จะเป็นลักษณะเดิม แต่อาจมีเซอร์ไพส์เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะออกมาในรูปแบบใด จะต้องติดตามกันต่อไป” รอมแพงกล่าว


