เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่บริเวณปากคลองขุนละครไชย นอกกำแพงเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยามุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งในเอกสารโบราณระบุว่าเป็นย่านการพนันและโสเภณี
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวว่า เมืองใหญ่หรือนครต่างๆ ในโลกตั้งแต่อดีตมา มีแหล่งบันเทิงเริงรมย์ของเหล่าผู้ชายในหลากรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือย่านกิจกรรมด้านเพศและความสุขต่างๆ ทั้งนี้เพราะการมีปริมาณคนจำนวนมาก การมีเศรษฐกิจแบบเงินตราที่เฟื่องฟู และยิ่งเป็นเมืองท่าทำการค้ากับต่างแดน ก็ยากที่จะไม่มีย่านเหล่านี้สำหรับคนเรือคนเดินทางทำการค้าที่เดินทางมาไกลและมีเงิน
“กรุงศรีอยุธยาในช่วงครึ่งหลังราวสองร้อยปีนั้นมีครบทุกองค์ประกอบ ประมาณว่ามีคนอยู่ในพระนครและปริมณฑลราวสองแสนถึงสองแสนห้าหมื่นคน ชนชั้นนำในระบบศักดินามีเงินมาก ทั้งยังเป็นเมืองท่านานาชาติ ย่านบันเทิงด้านเพศจึงมีอย่างแน่นอน เรียกว่าย่านหญิงนครโสเภณีที่รับจ้างรับกระทำชำเราบุรุษ ซิมอง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่มายังอยุธยาในปีสุดท้ายแห่งรัชสมัยพระนารายณ์ที่ได้ชื่อว่ารุ่งเรืองในความสัมพันธ์กับฝรั่งตะวันตกนั้น ระบุว่าย่านนี้อยู่ที่ปากคลองขุนละครไชย ตลาดบ้านจีน นอกกำแพงเมือง ริมแม่น้ำเจ้าพระยามุมด้านตะวันตกเฉียงใต้ อันเป็นอาณาบริเวณที่คนต่างชาติอาศัยอยู่ ทั้งฝรั่งเศส แขกต่างๆ โปรตุเกส จีน ญี่ปุ่น เขมรญวน ย่านขายเหล้าที่คึกคัก ย่านการพนันและโสเภณี ว่าบริเวณนี้มี 4 โรงโสเภณี มีหญิงอาชีพนี้ราว 600 คน”

ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตามหลักฐานในบันทึก ระบุว่าผู้หญิงที่เป็นผู้ให้บริการนั้น “ล้วนแต่เป็นบุตรีขุนนางที่ขึ้นหน้าขึ้นตาทั้งนั้น” ถูกบิดาขายมาเนื่องได้ “กระทำชั่ว” และมีภรรยาที่สามีขายส่งลงเป็นทาสด้วยโทษคนชู้ แต่ก็มีเด็กหญิงที่เจ้าของกิจการที่มีสถานะเป็นขุนนางไปซื้อตัวมาจากพ่อและฝึกหัดให้รับจ้างขายบริการ โดยทั่วไปกล่าวได้ว่า หญิงเหล่านี้มีสถานภาพเป็นทาสสินไถ่ในระบบศักดินาของอยุธยา
รัฐบาลสมัยพระนารายณ์ได้เก็บภาษีหญิงนครโสเภณีเหล่านี้ ดังนั้น โสเภณีจึงเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย และถูกกฎหมายเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
“อาชีพโสเภณีถูกทำให้เป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย และขาดการดูแลเอาใจใส่ในด้านการดำรงชีวิตและสาธารณสุขที่ดี เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้นำรัฐบาลรัฐประหารได้ประกาศให้อาชีพการค้าประเวณีเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย เพราะเชื่อว่าทำลายศีลธรรมอันดีและเป็นแหล่งของนักเลงพาล ตั้งแต่ปลายปี 2503 เป็นต้นมาถึงวันนี้ อาชีพนี้ก็มุดลงใต้ดิน แต่ได้รับการกล่าวถึงไปทั่วโลก หากกลับเป็นแหล่งรายได้ดีของอีกกลุ่มหลายอาชีพ” ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์กล่าว


