เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดภายหลังการแถลงข่าวเปิดตัวแหล่งเรียนรู้และแอพพลิเคชัน SMARTSAC ส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2561ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นเจ้าฟ้านักมานุษยวิทยา ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในความหลากหลายของมานุษยวิทยา ทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับด้านมานุษยวิทยา และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ ศมส.ได้พัฒนาความก้าวหน้าของการดำเนินงาน โดยจัดทำแอพพลิเคชัน SMARTSAC เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ ที่ทรงต้องการให้จัดเก็บฐานข้อมูลมานุษยวิทยาอย่างเป็นระบบ และให้มีช่องทางบริการประชาชนให้เข้าถึงได้ทุกรูปแบบ
รัฐมนตรีว่าการวธ. กล่าวต่อว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นต้นแบบของนักมานุษยวิทยาในประเทศไทย ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปยังประเทศต่างๆ ทรงศึกษาสิ่งที่ได้ทอดพระเนตรอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านมานุษยวิทยา ชาติพันธุ์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และห้องสมุด และจดหมายเหตุ จากนั้นทรงนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ อีกทั้งพระราชทานคำแนะนำในการดำเนินงานให้ ศมส. โดยเฉพาะภารกิจหลักในการดูแลและเก็บข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ การอนุรักษ์ และพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้ ศมส. พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตนจะนำการพัฒนาแอพพลิเคชันส์ SMARTSAC เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อเป็นตัวอย่างการพัฒนานวัตกรรมทางด้านการมานุษยวิทยา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ รัฐบาลมีโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาที่ ต. คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยมอบหมายให้ ศมส. เป็นหน่วยงานให้ข้อมูลด้านมานุษยวิทยาและจัดพื้นที่จัดแสดง ชุมชนชาติพันธุ์จากทั่วประเทศไทย
นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผอ. ศมส.กล่าวว่า ศมส.ใช้ประสบการณ์กว่า 25 ปี มาพัฒนาฐานเรียนรู้และนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ทางมนุษยวิทยา สำหรับแอพพลิเคชั่นส์ SmartSAC จะรองรับนิทรรศการออนไลน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางมานุษยวิทยา ประกอบด้วยห้องนิทรรศการพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีโซนพระราชประวัติ โซนห้องทรงงานคือหมู่บ้านและพสกนิกร และโซนจัดแสดงหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกว่า 50 เล่ม และห้องพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย เป็นระบบภาพเสมือน 360 องศา เหมือนเดินชมอยู่ในสถานที่จริง พร้อมข้อมูลภาพ เสียงและภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะห้องเครื่องปั้นดินเผา ใช้เทคโนโลยี AR รองรับข้อมูลเครื่องปั้นดินเผาแบบสามมิติ ทำให้รับชมนิทรรศการใกล้ชิดมากขึ้น เข้าใจและรู้จักโบราณวัตถุแต่ละชิ้นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพัฒนาเว็บไซต์นิทรรศการศมส. สามารถเข้าชมนิทรรศการแบบ 360องศา รองรับการแสดงผลบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ รองรับไลฟ์สไตล์คนยุค 4.0

