ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 3 เมษายน นายคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง หัวหน้าภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องการยุบภาควิชาปรัชญาว่า ตนและคณาจารย์ส่วนหนึ่งได้ไปยื่นหนังสือกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีคณบดีคณะอักษรศาสตร์ด้วย และได้พูดคุยกันประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยยืนยันว่าตนไม่มีความขุ่นข้องใจในทางส่วนตัวกับทั้งอธิการบดีและคณบดี และการพยายามนำเสนอเรื่องนี้ในวงกว้างเพื่อที่สังคมและประชาคมในมหาวิทยาลัยจะได้ให้ความสนใจและพิจารณาอย่างรอบด้าน แม้ว่ายังไม่ได้คำตอบอีกหลายเรื่องที่ชัดเจน แต่อธิการบดีรับปากว่าจะนำหนังสือที่ยื่นเข้าในที่ประชุม ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร
โดยสรุปประเด็นข้อเสนอที่ส่งให้มหาวิทยาลัยพิจารณามีดังนี้
1.ขอให้มหาวิทยาลัยชะลอการบังคับใช้ระเบียบ เรื่องเกณฑ์การยุบรวมภาควิชาไว้ก่อน จากเดิมที่ต้องสิ้นสุดในปีนี้ (และคณะจะต้องส่งเรื่องไปมหาวิทยาลัยในสิ้นเดือนเมษายนนี้) เพื่อที่ทุกคนจะได้พิจารณาอย่างละเอียด ถึงข้อดีข้อเสีย และบทเรียนจากสถาบันอื่นๆ เสียก่อน
2.ขอให้มหาวิทยาลัยทบทวนเกณฑ์ที่ออกมาในระเบียบนี้ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนการสอนและการบริหารของคณะสายมนุษยศาสตร์-สังคมศาสตร์ เช่น จากเดิม กำหนดให้มีอาจารย์ 11 คนขึ้นไป มีสองหลักสูตร รวมทั้งการกำหนดให้เลี้ยงตัวเองและมีอาคารสถานที่ ให้เหลือเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำในระดับปริญญาตรีตามที่ สกอ.กำหนด (อาจารย์ 5 ขึ้นไป มีหนึ่งหลักสูตร)
3.ให้มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันอุดมศึกษา ให้สัตยาบันที่จะธำรงรักษาศาสตร์สำคัญทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ไว้ โดยมีแนวทางที่ชัดเจน เช่น หากหลักสูตรใดมีความเสี่ยงที่จะยุบเลิกหรือหมดไป มหาวิทยาลัยต้องให้อัตรากำลังให้เพียงพอต่อการเปิดหลักสูตรต่อไปได้

