เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย จัดงาน อินโนเวชั่น ฮับส์ 4.0 เอส Innovation Hubs 4.0 S โดยนพ.อุดม คชิทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ปาฐกถาพิเศษเรื่อง การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุค 4.0 ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานวิจัย โดยเห็นว่างานวิจัยจะช่วยยกระดับประเทศไทย เห็นได้จากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี จำนวนมากต้องปิดตัวลง โดยมีสาเหตุมาจากการที่ไม่ได้ทำงานวิจัยและพัฒนา เพราะเห็นว่าการวิจัยเป็นต้นทุน และหากจะวิจัยก็ต้องอาศัยมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อไปมหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตัวด้านการเรียนการสอนและงานวิจัย โดยร่วมมือกันในรูปแบบประชารัฐ ดึงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกัน และอยากให้กลุ่มเอสเอ็มอีเข้าใจว่าการทำวิจัย ไม่ใช่การเพิ่มต้นทุน แต่จะเป็นการทำให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีการพัฒนาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ยั่งยืน ขณะที่มหาวิทยาลัยจะต้องปรับหลักสูตรเพื่อสร้างบัณฑิตให้สามารถปรับตัวทำวิชาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ในอนาคตได้ เพราะปัจจุบันมีหลายอาชีพที่หายไป และมีอนาคตใหม่ๆเกิดขึ้น โดยปีการศึกษา2561 จะมีหลักสูตรการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ซึ่งตนเร่งผลักดันให้ทันการคัดเลือกระบบทีแคสรอบ 3 ซึ่งหากหลักสูตรใดสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ สามารถผลิตบัณฑิตที่เป็นบัณฑิตพันธุ์ใหม่ได้จริง จะได้เงินรายหัวสนับสนุนจากรัฐบาล โดยวันที่ 5 เมษายนนี้ ตนจะประชุมร่วมกับกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ เพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องเงินรายหัว
“ขณะเดียวกันก็ได้ปลดล็อคหลักสูตร โดยจากนี้มหาวิทยาลัยไม่ได้ส่งหลักสูตรให้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ. )พิจารณา เมื่อสภามหาวิทยาลัยอนุมัติหลักสูตรก็สามารถเปิดสอนได้เลย โดย สกอ.จะควบคุมคุณภาพโดยหลักสูตรต้องผ่านการประเมินคุณภาพภายในจากสกอ. หากไม่ผ่านการประเมิน สกอ.จะประกาศผ่านเว็บไซด์ เหมือนที่เคยทำ ซึ่งเป็นทางเดียวที่ สกอ.จะควบคุมคุณภาพได้ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบ”นพ.อุดมกล่าว

