เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีสป.ศธ.ตรวจสอบพบการส่อทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต วงเงินประมาณ 110 ล้านบาทโดยล่าสุดคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.) สป.ศธ.ได้มีมติให้ออกคำสั่งไล่ออกจากราชการ แก่นางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สป.ศธ. อดีตผู้ดูแลกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่รับโอนเงินจากนางรจนานั้น ว่า ขณะนี้ตนกำลังจัดเตรียมเอกสารเสนอนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. วันที่ 9 เมษายนนี้เพื่อรายงานถึงความคืบหน้าของคดีตลอดจนเสนอข้อมูลข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มเติมกับคดีกองทุนเสมาฯ โดยจะรายงานให้นพ.ธีระเกียรติรับทราบว่าข้าราชการดังกล่าวเข้าไปในเกี่ยวข้องในขั้นตอนใดเพื่อให้นพ.ธีระเกียรติ ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าจะใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)หรือไม่ ที่กำหนดให้กรณีมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และให้ดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนยังเปิดเผยไม่ได้ว่าข้าราชการที่เสนอให้นพ.ธีระเกียรติ พิจารณาใช้มาตรการของคสช.นั้นมีกี่ราย นอกจากนี้ตนเตรียมข้อมูลเสนอนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ.พิจารณาแจ้งความเพิ่มเติมต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ด้วย เพราะที่ผ่านมาเราพบตัวละครใหม่ๆ เพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้แจ้งความต่อป.ป.ท. สำหรับการแจ้งความสน.ดุสิต นั้น ขณะนี้สน.ดุสิตได้โอนคดีมูลฐานให้ป.ป.ท.หมดแล้ว ฉะนั้นถ้ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจากนี้ ศธ.สามารถส่งให้ป.ป.ท.ได้เลย จากการพูดคุยเบื้องต้นกับปลัดศธ. ก็บอกว่าให้แจ้งความเพิ่มเติมต่อป.ป.ท. แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะมอบหมายให้ใครเป็นผู้แจ้งความ
“ส่วนความคืบหน้าการส่งมอบคอมพิวเตอร์ของนางรจนา ให้ป.ป.ท.ในวันที่ 10 เมษายนนั้น นอกจากคอมพิวเตอร์แล้ว จะมีเอกสารที่ค้นเจอในห้องนางรจนาจะมอบให้ป.ป.ท.ด้วยซึ่งเป็นเอกสารลายมือของนางรจนา ที่เขียนชื่อบุคคลที่สามารถเชื่อมโยงกับคดีนี้ซึ่งมีประโยชน์มาก แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ตลอดจนจะมอบวัตถุพยานที่เป็นเช็คให้กับป.ป.ท. เช็คที่พบเป็นเช็คที่ยังไม่ได้ขึ้นเงินกับธนาคาร มีทั้งที่ระบุชื่อของนางรจนาเองและชื่อของบุคคลอื่น เท่ากับว่ามีบุคคลอื่นเขียนเช็คให้นางรจนา ขณะเดียวกันก็มีที่นางรจนาเขียนเช็คให้คนอื่นด้วย รายละเอียดคงต้องรอให้ป.ป.ท.นำสืบต่อไป” นายอรรถพล กล่าวและว่าอย่างไรก็ตามจากการขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนเงิน พบว่าอยู่ที่ภาคอีสานใต้ 2 คนซึ่งตนได้โทรศัพท์พูดคุยแล้ว ทั้งสองรายยอมรับว่าได้รับการโอนเงินจริงเพราะจนด้วยหลักฐานเนื่องจากมีหลักฐานในการโอนเงินชัดเจน เบื้องต้นอ้างว่าเป็นการยืมเงินและอีกรายบอกทำนองว่าเป็นการยืมชื่อเพื่อเป็นทางผ่านใช้หนี้ให้คนอื่น โดยทั้งสองรายอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นเงินกองทุนเสมาฯ เบื้องต้นตนยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ขอให้ทั้งสองรายเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งที่สุดป.ป.ท.อาจจะพิจารณากันไว้เป็นพยานหรือไม่ ก็ได้ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการโอนเงินไปยังภาคเหนือซึ่งตนกำลังตรวจสอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)อยู่ ตนยังให้ข้อมูลชัดเจนไม่ได้ เพราะกำลังรอหลักฐานการยืนยันอยู่
นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเครือข่ายของผู้ที่ได้รับการโอนเงินมีกี่คน ใครบ้าง บางรายเป็นฝ่ายติดต่อตนเพื่อขอมาให้ข้อมูลเอง ติดต่อมาแล้ว 3-4 ราย เป็นกลุ่มที่อยู่ในรายชื่อที่ถูกแจ้งความก่อนหน้านี้ด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูล ให้เหตุผลว่ากลัวสื่อซึ่งตนได้บอกไปว่าถ้าบริสุทธิ์ใจ ก็ไม่ต้องกลัว และอยากฝากบอกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายว่าถ้ามีเบาะแสหรืออยากให้ข้อมูลอะไร ก็สามารถติดต่อเพื่อให้ข้อมูลกับตนได้ตลอดเวลาที่หมายเลข 02-2802880 ซึ่งเป็นหมายเลขของเลขาฯ หน้าห้อง ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องว่า ขอให้มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนฯ ในตอนนี้ซึ่งยังมีเวลาและยังสามารถให้ข้อมูลได้เต็มที่ ให้ภาพที่ดีด้วย ช่วยยืนยันว่าคุณบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเจตนาที่จะทุจริต แต่ถ้ารอหลังเป็นคดีแล้ว ถึงตอนนั้นการให้ปากคำของคุณ ก็จะเป็นแค่การแก้ตัว
“สำหรับความคืบหน้าการทำหนังสือถึงผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับกองทุน อาทิ ปลัดศธ. อดีตปลัดศธ. รองปลัดศธ. อดีตรองปลัดศธ. เป็นต้น จำนวนกว่า 10 ราย เพื่อขอให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งข้อมูลกลับมาภายในวันที่ 10 เมษายนนั้น ส่วนใหญ่จะขอขยายเวลาและมีบางคนมอบหมายให้ทนายความติดต่อมาโดยมีทั้งขอขยายเวลาออกไปเป็นวันที่ 20 เมษายน และ 25 เมษายน ซึ่งผมอนุมัติทุกรายเพราะเห็นใจ เนื่องจากเรื่องซับซ้อนและผ่านมานานเป็น 10 ปีจึงต้องใช้เวลาในการค้นเอกสาร ส่วนกรณีขอให้ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) สำรวจข้อมูลนักเรียนที่ไม่ได้รับเงินกองทุนเสมาฯ นั้น ขณะนี้ยังขาดอีก 16 จังหวัด ได้เร่งรัดไปแล้ว ส่วนหนึ่งเกิดจากศธจ.ไปประสานให้โรงเรียนส่งข้อมูลมาที่ผมโดยตรงซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะเจตนาเราคือต้องการให้ศธจ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลนักเรียนทั้งจังหวัดที่ยังไม่ได้รับเงินกองทุนเสมาฯ ผมจึงได้ส่งข้อมูลคืนศธจ. บอกไปว่าขอให้ส่งข้อมูลกลับมาใหม่ในนามของศธจ.ทั้งจังหวัด ไม่ใช่ให้แต่ละโรงเรียนส่งข้อมูลมาเอง” นายอรรถพลกล่าว
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ศธ.อยู่ระหว่างประสานกระทรวงสาธารณะสุข(สธ.)เพื่อขอให้ช่วยสำรวจจำนวนนักเรียนเป็นรายสถานศึกษาที่ยังไม่ได้รับเงินกองทุนเสมาฯ ตั้งแต่ปี 2548-2554 หลังจากที่ก่อนนี้สธ.ส่งข้อมูลระหว่างปี 2555-2561 ตามที่ศธ.ขอมาแล้ว ตอนนั้นเราขอไปแค่ปี 2555-2561 เพราะเรามีข้อมูลการโอนเงินแค่ 10 ปี แต่เมื่อตอนนี้คณะกรรมการสืบสวนฯ สามารถสาวข้อมูลไปได้ถึงปี 2548 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มจัดตั้งกองทุน เราจึงได้ทำหนังสือถึงสธ.เพื่อขอให้สำรวจอีกครั้งตั้งแต่ปี 2548-2554 ว่ามีนักเรียนในสถานศึกษาใดอีกบ้างที่ยังไม่ได้รับเงินกองทุนหรือรับเงินล่าช้า ในส่วนของข้อมูลปี 2555-2561 ที่สธ.ส่งมาให้แล้วนั้น ตนยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงยังไม่ทราบว่ามีนักเรียนกี่รายและสถานศึกษาใดบ้างที่ยังไม่ได้รับเงินกองทุน เพราะการตรวจสอบต้องไล่ไปตั้งแต่ปี 2548 ที่เริ่มจัดตั้งกองทุน เพราะการโอนเงิน เราพบว่าไม่ได้โอนปีต่อปีหรือทุกเดือนกรกฎาคมของปีตามที่ควรจะเป็น แต่บางปีกลับซอยย่อยการโอนมากถึง 7 ครั้ง ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าจะซอยไปทำไม หรือบางปีพบว่าอนุมัติเงินปีนี้ แต่กลับไปโอนเงินในปีหน้า การไล่ตรวจสอบว่านักเรียนรายใดได้รับเงินหรือไม่ได้รับเงิน จึงต้องตรวจตั้งแต่ปี 2548 ไล่ขึ้นไปจนถึงปีปัจจุบัน
“สำหรับตัวเลขมูลค่าความเสียหายที่ชัดเจนนั้น เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นไม่น่าถึง 110 ล้านบาท เผลอๆ อาจจะต่ำกว่า 88 ล้านบาทเนื่องจากพบว่าเป็นการหมุนเงิน แต่ถ้าจะให้ทราบตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจน จะต้องตรวจสอบข้อมูลจาก 3 แหล่งให้ตรงกันก่อน ซึ่งตอนนี้กำลังรอข้อมูลอยู่ ได้แก่ 1.แหล่งการโอนเงินซึ่งชุดข้อมูลนี้เรามีแล้ว 2.ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)และสธ. ที่ผมกำลังให้ตรวจสอบว่าข้อมูลนักเรียนที่ยังไม่ได้รับเงินเป็นรายปีตั้งแต่ปี 2548-2561 ว่ามีกี่ราย และ3.ข้อมูลจากศธจ.เป็นรายจังหวัดว่ามีนักเรียนในสถานศึกษาใดบ้างที่ยังไม่ได้รับเงิน ถ้าข้อมูลทั้ง 3 แหล่งตรงกัน ก็สามารถสรุปตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนได้” ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ กล่าว

