หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ‘อรรถพล’เมินจ...

‘อรรถพล’เมินจดหมายเปิดผนึกอ้างชื่อ‘รจนา’ ไม่สนใจเรื่องไร้สาระ-เร่งสรุปยอดเสียหายคืนเงินเด็กรับทุน

12.04.18 | 16:48 น.

นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต  กล่าวถึงกรณีที่มีผู้อ้างชื่อว่าเป็นนางรจนา  สินที อดีตข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดศธ.ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการกรณีทุจริตกองทุนเงินเสมาฯ ว่า  เรื่องนี้ตนไม่อยากให้นำมาเป็นสาระ และคงไม่คิดสอบถามไปยังนางรจนา ว่าเป็นคนส่งจดหมายจริงหรือไม่ เพราะเราอยากทำสิ่งที่เกิดประโยชน์กับสังคม ไม่อยากไปสนใจเรื่องไร้สาระ และคงไม่ไปแจ้งความหรือสืบหาว่า ผู้ที่ส่งจดหมายมาให้ผู้สื่อข่าวนั้นเป็นใคร  ส่วนที่จดหมายระบุว่า ตนให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ กรณีไม่ได้มีการพูดคุยกับนางรจนาหรือติดต่อเพื่อเข้าให้ข้อมูลนั้น ยืนยันว่า ตนได้โทรศัพท์คุยกับนางรจนาจริง ในการประชุมคณะกรรมการสืบสวนฯนัดแรก หลังรับทราบคำสั่งแต่งตั้งตนเองเป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) จะเข้าไปค้นบ้านนางรจนา โดยหนึ่งในกรรมการสืบสวนฯ เป็นผู้ติดต่อให้ ส่วนที่ระบุว่าตนใช้อำนาจเรียกโดยวาจาให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้มารายงานตัวให้ข้อมูลนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะในส่วนของข้าราชการมีการเชิญเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนที่ไม่ใช่ข้าราชการ จะะใช้ ใช้วิธีหาข้อมูลจากโซเชียล ทั้งจากเฟซบุ๊กและช่องทางอื่น ๆ เมื่อพบช่องทางติดต่อ คณะกรรมการสืบสวนฯ  จะโทรไปสอบถาม และเชิญมาให้ข้อมูลด้วยวาจาแต่ ไม่ได้เป็นการบังคับ เพราะทุกคนยินดีมาให้ข้อมูล และคนที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ติดตามไปก็เป็นผู้ที่มีประเด็นเชื่อมโยง

“เห็นจดหมายแล้ว ผมเองรู้สึกเฉย ๆไม่เชื่อว่าเป็นจดหมายจากนางรจนาจริง ๆ และคงไม่ดำเนินการอะไร เพราะไม่อยากให้ไปเข้าทางพวกที่ตั้งใจก่อกวน สร้างความปั่นป่วน ไม่อยากให้ทุกคนไปหลงเชื่อพวกใบปลิว ไม่มีที่มา ทั้งนี้ในส่วนของนางรจนา ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ คงไม่ติดต่อเพื่อมาให้ข้อมูลอีก เพราะส่งเรื่องให้ป.ป.ท.แล้ว ต้องขึ้นอยู่กับป.ป.ท.ว่าจะเชิญตัวมาให้ข้อมูลหรือไม่”นายอรรถพลกล่าว และว่า หลังส่งกรานต์ยังเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ยังไม่เข้ามาให้ข้อมูลจำนวนหนึ่ง และยังมีผู้ที่ติดต่อไม่ได้อีกจำนวนหนึ่ง แต่คณะกรรมการสืบสวนฯ อยากเร่งสรุปตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้ทราบตัวเลขของผู้ที่มีสิทธิ์รับทุนแต่ยังไม่ได้เงิน และเร่งจ่ายเงินตามสิทธิ์ให้เร็วที่สุด โดยจะต้องรอข้อมูลจากจังหวัดต่าง ๆ ที่จะรวบรวมจากโรงเรียนที่ได้รับทุน ซึ่งยังเหลืออีกหลายจังหวัด ส่วนเรื่องว่าใครผิด หรือใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างนั้น ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน