นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เปิดเผยว่า ขณะนี้การสืบสวนฯ ทีความคืบหน้าไปกว่า 90% โดยได้มีการประสานข้อมูลกับทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อยู่ตลอดเวลา ล่าสุดทราบมีครูโรงเรียนเอกชน ประสานให้ข้อมูลกับทางป.ป.ท. เพิ่ม 1 ราย และทางป.ป.ท. พบว่า มีผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม เป็นข้าราชการทหารชั้นประทวน อีก 1 ราย ซึ่งทางคณะกรรมการสืบสวนฯ จะนำข้อมูลมาขยายผลต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของคณะกรรมการสืบสวนฯได้ทำหนังสือถึงธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อขอทราบรายชื่อผู้ที่ปิดบัญชีทั้งหมด และส่งหนังสือถึงศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) อีกรอบ เพื่อให้รวบรวมสเตทเมนท์ ที่โอนเข้าบัญชีสถานศึกษาที่รับทุนทุกครั้ง ทุกแห่ง ว่ามีการโอนกี่ครั้ง เป็นบัญชีของสำนักงานปลัดศธ. โอนไปกี่ครั้ง และเป็นบัญชีอื่นโอนไปกี่ครั้ง เพื่อนำมาขยายผล อย่างไรก็ตามในส่วนของศธจ. ยังมีอีกประมาณ 10 กว่าจังหวัด ที่ยังไม่ส่งข้อมูลรอบแรกมาให้คณะกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งบางส่วนเข้าใจผิด ไปทำหน้าที่เหมือนไปรษณีย์ แจ้งสถานศึกษาให้ส่งข้อมูลตรงถึงคณะกรรมการสอบสวนฯ ทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งที่ตามจริงแล้ว เราต้องการให้ศธจ.รวบรวมข้อมูลและส่งให้คณะกรรมการสืบสวนฯ ทีเดียว ตรงนี้ตนจึงอยากย้ำให้ทุกศธจ.เข้าใจและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการชี้แจงข้อมูลจาก อดีตปลัดและรองปลัดศธ.นั้น ทราบว่าหลายกคนเริ่มประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาแล้ว เพื่อรวบรวมชี้แจงกับคณะกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งส่วนใหญ่ขยายเวลาไปถึงวันที่ 25 เมษายน ตรงนี้ต้องอนุญาตให้ขยายเวลาเพราะเอกสารค่อนข้างมาก
“ตอนนี้การสืบสวนข้อเท็จจริง มีความคืบหน้าไปตามลำดับ ซึ่งในวันที่ 19 เมษายนนี้ผมจะรวบรวมข้อมูลความคืบหน้าการสืบสวนข้อเท็จจริง เสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.ได้รับทราบ ในส่วนของนางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สป.ศธ. อดีตผู้ดูแลกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งถูกไล่ออกจากราชการนั้น ไม่ได้ติดต่อให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการสืบสวนฯ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ติดต่อไปยังป.ป.ท.ด้วย ซึ่งในส่วนของนางรจนา ทางคณะกรรมการสืบสวนฯ คงไม่ติดต่อไปอีก ส่วนทางป.ป.ท.ก็ขึ้นอยู่กับเขา”นายอรรถพลกล่าว

