นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียม วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะกรรมการตรวจสอบฯ ได้มีการหารือร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 โดยกรรมการที่เป็นผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานปลัดศธ. พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม เพื่อตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา และเอกสารที่ได้จาก สอศ. วิทยาลัยประมงฯ และเอกสารที่ได้จากการลงพื้นที่ จ.สงขลา ร่วมกว่า 26 แฟ้ม มาร่วมหารือ โดยในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะหาข้อมูล เพื่อให้ได้ความชัดเจนมากที่สุด โดยเน้นดูจากเอกสาร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียด และตรงกับประเด็นปัญหา โดยเฉพาะ เรื่องการกำหนดสัญญาจ้างและการกำหนดรูปแบบรายการ ว่า มีความสอดคล้องกันหรือไม่ เช่น รูปแบบรายการมีความเปลี่ยนแปลง แล้วในสัญญาจ้างมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า มีการแก้ไขสัญญาประมาณ 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2551-2557 ซึ่งจะต้องดูว่า การแก้ไขสัญญาแต่ละครั้งเป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ และมีเหตุผลอะไรที่ต้องปรับแก้สัญญา
ปลัดศธ.กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการตรวจสอบจะดูรายละเอียดเรื่องการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้า ซึ่งตรวจสอบพบว่า มีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าหลายครั้ง และเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร อีกส่วนคือ เรื่องการขยายสัญญาจ้าง ซึ่งตรงนี้จะเป็นประเด็นที่สามารถนำไปขยายผลต่อได้ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กรรมการแต่ละส่วน นำแฟ้มเอกสารในส่วนของตนเองไปศึกษารายละเอียด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน และนำกลับมาหารือร่วมกันอีกครั้ง ทั้งนี้ในส่วนของการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้า เป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการเบิกจ่ายเงินที่มากจนผิดปกติ ส่วนจะเป็นจำนวนเงินเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เชื่อว่า เมื่อได้รายละเอียดจะทราบข้อเท็จจริง
“จากการตรวจสอบ เมื่อมีการทำสัญญาใหม่จะมีการขอขยายเวลา พอขยายเวลาก็ให้เบิกเงินล่วงหน้าบางส่วน ซึ่งการเบิกเงินล่วงหน้า โดยหลักถือเป็นเรื่องปกติ แต่จำนวนเงินที่เบิก มากจนผิดปกติ ซึ่งคิดว่า คณะกรรมการตรวจสอบฯ ประชุมอีกประมาณ 2-3 ครั้ง จะทราบข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ถ้าถามว่า กรณีนี้มีมูลการทุจริตหรือไม่ ก็ต้องตอบว่ามีมูล ส่วนใครจะเกี่ยวข้องบ้าง ยังไม่อยากระบุว่าเป็นใคร แต่จะศึกษาว่าผู้ที่รับผิดชอบงานในแต่ละส่วน แต่ละประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกต ผู้ที่รับผิดชอบงานในแต่ละส่วนคือใคร จากนั้นจะเชิญมาให้ข้อมูล ซึ่งรวมทั้งภาคเอชนที่เกี่ยวข้องด้วย”นายการุณกล่าว และว่า ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบฯ พยายามจะสรุปข้อมูลให้ได้ภายในเดือนเดือนเมษายนนี้ ส่วนที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ระบุว่า ในสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้น และอาจจะเสนอ ใช้มาตรการป้องกันและปราบทุจริตในระบบราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งถ้าเป็น ผู้บริหารระดับสูง อาจจะย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรี ระดับเจ้าหน้าที่ ให้ย้ายออกจากกพื้นที่ หรือระดับผู้มีอิทธิพลถึงเป็นระดับล่างก็ให้ย้ายไปสำนักนายกฯ นั้น จะมี 1 รายที่ต้องใช้มาตรการคสช. ส่วนเป็นระดับใดนั้น ตนยังไม่ขอเปิดเผย

