นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ร่วมพิธีลงนามข้อตกลงด้านการเรียนการสอนโครงการ บีซีซี สเปซโปรแกรม (BCC SPACE PROGRAM) ระหว่างโรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัยกับหน่วยวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ Intelligent Space System Laboratory (ISSL) มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.)และบริษัท อัสโตรเบอร์รี่ จำกัด (AstroBerry Limited) ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีโรงเรียนที่อยู่ในการดูแลหลากหลายประเภท ปัจจุบันการศึกษาเอกชนมีความก้าวหน้าและครั้งนี้ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมจพ.จัดการเรียนการสอนโครงการบีบีซี สเปซโปรแกรม ถือเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ นำเรื่องดาวเทียมและอวกาศมาสอนแก่เด็กระดับมัธยม เป็นความท้าทายและต้องกล้าที่จะทำ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนประเทศในปัจจุบันมุ่งเน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อตกลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นฐานและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศให้แก่ โดยเราต้องการให้เด็กนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้เด็กไทยหันมาสนใจเทคโนโลยีการบินและอวกาศ ซึ่งแม้มหาวิทยาลัยทั่วโลกจะสร้างดาวเทียมมากพอสมควร แต่ในระดับนักเรียนถือว่ายังมีน้อยมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ยังไม่มีเลย ขณะนี้ โรงเรียนเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2560 มีนักเรียนระดับชั้น ม.4 จำนวน 27 คน ซึ่งเป็นเด็กกลุ่มแรกที่สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยในปีการศึกษา 2561 เราเริ่มนับถอยหลังจากนี้ 2 ปี ดาวเทียมจะต้องสร้างให้เสร็จ เพื่อส่งเข้าสู่วงโคจรภายในปลายปี 2562 เนื่องจากได้นำงบประมาณ 7 ล้านบาทไปเช่าพื้นที่จรวดของประเทศรัสเซียเพื่อนำดาวเทียมไปปล่อยบนอวกาศ โดยจะเป็นดาวเทียมดวงแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ดวงในโลกที่ถูกพัฒนาและส่งเข้าสู่วงโคจรด้วยฝีมือของนักเรียนระดับมัธยม นอกเหนือจากนี้ ทางโรงเรียนฯ ได้เตรียมสร้างห้องปฏิบัติการด้านอวกาศ (Space Laboratory) และสถานีควบคุมและสื่อสารภาคพื้นดิน (Ground Station) เพื่อรองรับการพัฒนาด้านการศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีการบินและอวกาศ อันจะนำไปสู่การปฏิบัติภารกิจด้านอวกาศต่อไปในอนาคต

