เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ทำหนังสือเสนอให้ตน หาผู้เชี่ยวชาญภายนอก หรือหน่วยงานอื่น เข้ามาบริหารและก่อสร้างโครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตามมติของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มีความเห็นว่า สอศ.ไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ว่า นายสุเทพ รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนรับทราบแล้ว เท่าที่ฟัง ชัดเจนแล้วว่า สอศ.ทำต่อไม่ได้ ไม่มีแผนการดำเนินงาน และต้องให้คนหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่ สอศ. เข้ามาดำเนินการแทน ซึ่งข้อเสนอของคณะกรรมการ กอศ. ที่ให้ตนหาผู้เชี่ยวชาญมาบริหารงานแทนนั้น ตนเห็นว่า ไม่เพียงพอ คณะกรรมการ กอศ. ต้องเสนอแผนมาด้วยว่า จะทำอย่างไรให้การก่อสร้างอควาเรียมเดินหน้าต่อไปได้ และผู้เชี่ยวชาญที่ว่านั้น เป็นใคร และจะบริหารงานอย่างไร ให้เสนอมาอีกครั้ง และถ้าเกินกว่าหน้าที่ ศธ. ตนจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
“สอศ.ต้องเสนอแผนมาให้เรียบร้อย ว่าคนนอกที่จะให้เข้ามาดำเนินการแทนเป็นใคร องค์ประกอบของคณะกรรมการเป็นอย่างไร ส่วนที่บอร์ด กอศ. ให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นคนหาผู้เชี่ยวชาญมาทำนั้น จะโยนให้รัฐมนตรีตัดสินใจไม่ได้ ไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. หน้าที่ผมคือ ดูระดับนโยบาย ว่าทำได้หรือไม่ได้ และถ้าทำไม่ได้ สอศ. ต้องบอกปัญหา หรือเสนอทางแก้ จะให้รัฐมนตรีบอกทุกอย่างไม่ได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเป็น 10 ปี โดยพื้นฐานไม่ยาก แต่สัญญามีความซับซ้อน ซึ่งถ้าผมถามว่า ตั้งแต่ต้นที่ใช้งบ 830 ล้าน ทำไมถึงดำเนินการให้เสร็จ และเมื่อไม่เสร็จ มีการตรวจรับอย่างไร ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว และว่า ส่วนที่พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. ระบุว่า ได้รับรายงานเบื้องต้น ว่าจะเสนอ ใช้มาตรการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 2 ราย แต่ไม่ใช้ข้าราชการระดับสูง เป็นเพียงระดับ 8 หรือระดับ 9 นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าเป็นข้าราชการระดับ 8 หรือ9 ก็ต้องย้ายออกจากงานเดิน หรือถ้าเป็นระดับ 10 หรือ11 ก็ให้ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายๆ การย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยังไม่ใช่การลงโทษ แต่ย้ายเพื่อไม่ให้เข้ามายุ่งหรือมามีอิทธิพลกับการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอที่ให้ใช้คนนอกมาบริหารแทนสอศ. เป็นไปได้หรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า เป็นไปได้แต่อาจจะต้องเข้าครม. ถ้าไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นโดยสอศ.ได้ แต่จะอย่างไรการก่อสร้างอควาเรียม ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ตอนนี้การก่อสร้างชะลอไปชั่วคราวในปีนี้ เพราะยังไม่รู้ว่า แผนการทำงานคืออะไร สอศ. ต้องวางแผนดำเนินการเป็นขั้นตอนให้เรียบร้อย ส่วน ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จนั้น คณะกรรมการการการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.เป็นประธาน ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าล่าสุดมาให้ตนรับทราบ โดยหวังว่าในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริตของศธ. วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ จะได้ข้อสรุป ซึ่งตนได้ให้นายการุณ และนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต มารายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยฯ ซึ่งจะมีทั้ง ผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วม
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีทุจริตกองทุนเสมาฯ ล่าสุดทางธนาคารกรุงไทย ออกมาระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยนายอรรถพล บอกว่าจะสรุปผลการสืบสวนฯเสนอตนวันที่ 7 พฤษภาคม ดังนั้นตนจึงขอให้สรุปเรื่องให้ทุกคนฟังในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ด้วย เพราะมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม ส่วนธนาคารกรุงไทย ควรจะตรวจสอบว่ามีบุคลากรของธนาคาร มีส่วนร่วมกับการทุจริตครั้งหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปถามธนาคารกรุงไทย

