ม.1ใกล้บ้านร้อง‘หมอธี’ร.ร.ดังเมินรับเข้าเรียน หลังสพฐ.กำหนดเกณฑ์ 40 คนต่อห้อง (ชมคลิป)

4.05.18 | 17:18 น.

นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียน  ว่าการรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2561 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งกำหนดให้โรงเรียนรับนักเรียน 40 คนต่อห้อง ทำให้มีเด็กในพื้นที่บริการบางส่วน ไม่มีโอกาสในการเข้าเรียนต่อ ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเดือดร้อน และได้ร้องเรียนมาที่ตน อย่างไรก็ตาม ตนย้ำมาตลอดว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ จะต้องไม่ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเดือดร้อน  ดังนั้นหากโรงเรียนมีความจำเป็นต้องรับเด็กเข้าเรียนเกิน 40 คนต่อห้อง จึงสามารถทำได้ ขณะที่หลักเกณฑ์การรับนักเรียน กำหนดให้รับเด็กในพื้นที่บริการด้วย

“ผมขอบอกไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนที่ไม่รับเด็กในพื้นที่บริการเข้าเรียนว่า เป็นนโยบายรัฐมนตรีว่าการศธ. ที่จะต้องไม่ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเดือดร้อน  ซึ่งตอนนี้ผมได้รับการร้องเรียนหลายแห่ง และส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนดัง ในกรุงเทพฯ ผมมอบหมายให้นายบุญรักษ์  ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( กพฐ.) หาทางแก้ไขเบื้องต้นแล้ว โดยเด็กที่มีสิทธิควรจะได้เรียนและถ้าโรงเรียนใดบอกว่า รับเด็ก 40 คนต่อห้อง แล้วไม่รับเด็กในพื้นที่บริการเพิ่มให้มาฟ้องรัฐมนตรีว่าการศธ.  ซึ่งการรับเด็กเกิน 40 คนต่อห้องสามารถทำได้ โดยอาจจะเปิดห้องเรียนเพิ่มหรือขยายห้องเรียน  ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว และว่า ส่วนปัญหาการเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนหรือแป๊ะเจี๊ยะนั้น ตอนนี้ยังไม่มีร้องเรียนเข้ามาที่ตน แต่ถ้ามีก็ขอให้มาบอก ขอเตือนว่าเดี๋ยวนี้โซเชียลไวมาก ถ้าใครรับก็อาจจะถูกแอบถ่ายคลิป  ดังนั้นหากใครรับไว้ก็คงไม่ฉลาด อย่าหาเรื่องใส่ตัว

นายบุญรักษ์ กล่าวว่า  สพฐ.ยอมรับว่าตอนที่กำหนดให้รับเด็ก 40 คนต่อห้อง ลืมนึกถึงเด็กในพื้นที่บริการ ดังนั้นสพฐ. จะแก้ไขปัญหาโดยคำนึงนโยบายของรัฐมนตรีว่าการศธ. ที่จะไม่ให้เด็กผู้ปกครองในพื้นที่บริการเดือดร้อน โดยวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ จะหารือกับโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย เช่น กรณีเด็กไปใช้สิทธิสอบในโรงเรียนดังพื้นที่อื่น แล้วจะกลับมาขอใช้สิทธิในโรงเรียนพื้นที่บริการด้วยได้หรือไม่  ต้องหารือในรายละเอียดซึ่งต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป  เพราะถ้าพูดกันแต่หลักการ ถึงเวลาแล้วไม่ครอบคลุม ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติ ถือเป็นนโยบายที่ต้องปฏิบัติเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของใคร ส่วนเรื่องการรับแป๊ะเจี๊ยะนั้น ปีนี้ไม่ได้รับร้องเรียนถ้าร้องเรียนถึงตน และมีหลักฐาน ก็ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ แต่ถ้าเป็นการพูดลอยๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน