เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)และ โครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ระหว่าง นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า เอ็มโอยูฉบับใหม่ มีหลักการสำคัญ คือ สำนักงานสกสค. จะไม่รับเงินค่าบริหารจัดการ ซึ่งเดิมธนาคารออมสิน จะส่งให้สำนักงานสกสค. ผ่าน กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการ ช.พ.ค. –ช.พ.ส. ตั้งแต่ 0.5-1% ตามข้อกำหนดของแต่ละโครงการคืนให้กับครู โดยนำไปลดดอกเบี้ยให้กับครูที่มีวินัยทางการเงินดี ซึ่งจากตัวเลขของธนาคารออมสิน พบว่า ครูส่วนใหญ่กว่า 90% มีวินัยทางการเงินดี ส่วนครูที่มีปัญหาวินัยทางการเงินธนาคารออมสิน ก็มีทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้
“หลังการลงนามเรียบร้อย ถือว่าเอ็มโอยูมีผลทันที ครูที่กู้เงินกับธนาคารออมสิน จะได้เห็นเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน ถือว่าครูจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากเดิมที่สำนักงานสกสค. เป็นผู้รับเงินจำนวนดังกล่าวมาตลอด เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การปัญหาทุจริต ต่อไปสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในวงการศึกษาอีก ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าวและว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารออมสินหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ เพื่อชำระหนี้แทนครู ซึ่งมียอดรวม 1 หมื่นกว่าล้านบาท นั้น ยังตีความไม่ตรงกัน ต้องให้ทางอัยการเข้าช่วยตีความ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะสำนักงานสกสค.ต้องสู้ต่อไป
นายชาติชาย กล่าวว่า ปัจจุบันมีครูที่กู้เงินกับธนาคารออมสิน ประมาณ 4 แสนกว่าราย ภาระหนี้ประมาณ 4 แสนกว่าล้านบาท เท่ากับว่าครู จะได้รับประโยชน์โดยตรงเกือบ 4 แสนราย โดยหากครูชำระเงินเท่าเดิม ส่วนต่างที่ธนาคารคืนให้จะถูกนำไปลดเงินต้น ทำให้สามารถชำระหนี้ได้เร็วขึ้น ส่วนรายใดต้องการลดงวดเงินผ่อน จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ก็สามารถติดต่อมายังธนาคารออมสิน ขอปรับปรุงงวดผ่อนชำระตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงได้ จากนี้เม็ดเงินที่ธนาคารออมสิน เคยจัดสรรให้สำนักงานสกสค.ผ่านกองทุนเงินสนับสนุนฯ เดือนละประมาณ 200 กว่าล้านบาท จะเปลี่ยนไปเข้าบัญชีครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นรายเดือน รวมแล้วปีละ 2 พันกว่าล้านบาท โดยครูที่ไม่แน่ใจว่า จะสามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนด ขอให้มาเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ กับธนาคารออมสิน เมื่อปรับโครงสร้างนี้ได้จนเข้าเกณฑ์ก็จะได้รับการลดดอกเบี้ยตามเอ็มโอยูใหม่ ซึ่งขณะนี้มีครูกว่า 80 % เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างนี้แล้ว และยังเหลือครูที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือNPL อยู่เพียง 2-3%
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ส่วนเงินที่ ธนาคารออมสินได้หักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ เพื่อชำระหนี้แทนครู ซึ่งมียอดรวม 1 หมื่นกว่าล้านบาท นั้น ต้องคุยในรายละเอียด ว่าจะมีวิธีการ และจะตีความในเอ็มโอยูฉบับเดิมว่า ตกลงกันอย่างไร ก็จะต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อยุติ แต่ไม่ได้หมายความว่าธนาคารออมสินและสำนักงานสกสค. จะมีความขัดแย้งกัน เพราะเป็นเรื่องที่ต้องหารือในระยะที่ 2 ทั้งนี้ทางธนาคารออมสิน ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง
นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้มี 2 เรื่องคือ ลดดอกเบี้ยให้กับเพื่อนครู และจะไม่มีการหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนฯ เพื่อชำระหนี้แทนครูที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไปอีก เพราะทางสำนักงานสกสค. ไม่ได้รับเงินสนับสนุนเงินส่วนนี้แล้ว เป็นการส่งเสริมให้ครูมีวินัยทางการเงินที่ดี อีกส่วนที่จะต้องหารือ คือการทำประกันชีวิตที่จะให้ครูได้รับประโยชน์สูงสุด
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยโครงการ ช.พ.ค. ดังนี้ โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.2 และโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.3 อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR หรือ ร้อยละ 6.50 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-0.5 หรือร้อยละ 6.00 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.5 ต่อปี, โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.4 อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR หรือร้อยละ 6.50 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-0.75 หรือร้อยละ 5.75 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.75 ต่อปี, โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.5 อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR หรือ ร้อยละ 6.50 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-1.00 หรือ ร้อยละ 5.50 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 1.00 ต่อปี, โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.6 อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR-0.5 หรือ ร้อยละ 6.00 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-1.25 หรือร้อยละ 5.25 ต่อปี
เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.75 ต่อปี, โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.7 อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR-0.85 หรือร้อยละ 5.65 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-1.35 หรือร้อยละ 5.15 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.50 ต่อปี, โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.7 (ตั้งแต่ 1 เมษายน 2558) อัตราดอกเบี้ยเดิม MRR-0.85 หรือร้อยละ 6.15 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MRR-1.35 หรือ ร้อยละ 5.65 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.50 ต่อปี และโครงการสสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ส. อัตราดอกเบี้ยเดิม MLR หรือ ร้อยละ 6.50 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยใหม่ MLR-0.75 หรือ ร้อยละ 5.75 ต่อปี เท่ากับดอกเบี้ยลดลงร้อยละ 0.75 ต่อปี

