กอปศ.ชงครม.กฎหมายปฐมวัย ห้ามสอบเข้า ‘ป.1-อนุบาล’ (คลิป)

8.05.18 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมกอปศ.ว่า ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ…. เป็นครั้งสุดท้ายภายหลังรับฟังความคิดเห็น และได้เห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป และที่ประชุมกอปศ.ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ส่วนที่ถามถึงร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาซึ่งสภาวิชาชีพไม่เห็นด้วยกับการจำกัดบทบาทให้เหลือแค่การจัดสอบเพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น โดยหลักรัฐธรรมนูญเขียนไว้ การศึกษาเป็นเรื่องของอุดมศึกษา ส่วนการเข้าสู่วิชาชีพเป็นเรื่องของสภาวิชาชีพ ซึ่งจะดูตอนจบว่าผู้เรียนมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ แต่ในความเป็นจริง ไม่สามารถวัดตอนจบได้ทั้งหมด เนื่องด้วยความละเอียดอ่อนของวิชาชีพ ฉะนั้นสภาวิชาชีพจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการรับคนเข้าเรียน เช่น ผู้เข้าเรียน ผู้สอน กระบวนการเรียนการสอน

“ความจริงควรปรึกษาหารือและร่วมมือกันมากกว่า ซึ่งในร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ของ กอปศ. จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ จะปล่อยให้ปรึกษาหารือกัน แทนที่จะเป็นเรื่องของใครต่อใคร รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ด้วยตัวอักษรทางกฎหมาย น่าจะเป็นความร่วมมือกัน เพื่อประโยชน์ของระบบและสังคมมากกว่า” นพ.จรัส กล่าว

ด้านน.ส.ดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานกอปศ. กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยนั้น หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ที่ประชุมกอปศ.เห็นว่ายังคงยึดร่างเดิม หากจะแก้ไข สามารถแก้ไขในขั้นตอนกฤษฎีกาได้ ส่วนการสอบเข้า ป. 1 กรรมการกอปศ.ทุกคนเห็นด้วยว่าไม่ให้มีการสอบ ทั้งยังเห็นว่านอกจากห้ามสอบเข้าป.1 แล้ว จะห้ามสอบเข้าเรียนอนุบาลด้วย การรับเด็กปฐมวัยเข้าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยและสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติโดยวิธีการสอบคัดเลือก จะกระทำมิได้ เว้นแต่คณะกรรมการกำหนด ส่วนบทลงโทษ ระบุว่า หากผู้ใดฝ่าฝืนระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

“จะมีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กประถมวัย มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่เป็นหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ คือ เป็นหน่วยงานระดับชาติ ดูแลเรื่องนโยบายการพัฒนาเด็ก เสียงสะท้อนจากการรับฟังความคิดเห็นคือทุกคนดีใจที่จะมีกฎหมายรองรับ พร้อมขอให้ กอปศ. ผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เมื่อมีกฎหมาย จะเป็นหลักประกันว่าทางรัฐบาลรวมทั้ง กอปศ. จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็ก” น.ส.ดารณี กล่าว และว่า ส่วนที่ถามว่าการทดสอบเล็กน้อย จะถือเป็นการสอบเข้าหรือไม่นั้น ในส่วนของการทดสอบ คณะกรรมการพัฒนาเด็กประถมวัย จะเป็นผู้กำหนดแนวทางและรูปแบบ เช่น การประเมินพฤติกรรมเด็กในลักษณะสังเกต เป็นต้น แต่ย้ำว่าห้ามมีการสอบข้อเขียนเด็ดขาด

นพ.จิรุฒม์ ศรีรัตนบัลล์ กรรมการ กอปศ. กล่าวว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ กอปศ.ได้ศึกษาว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษาไม่ประสบความสำเร็จ โดยได้รวบรวมประเด็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด 17 ประเด็น ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอที่ประชุมเห็นชอบจากนั้นจะเปิดให้สังคมแสดงความคิดเห็น ประเด็นที่รวบรวมไว้ อาทิ ให้เด็กเรียนตามศักยภาพ ปรับแก้การเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาทางเลือก การประเมินผลการเรียนการสอน เป็นต้น กอปศ.จะแก้ไขปรังปรุงให้ความอิสระกับโรงเรียนโดยเฉพาะด้านบริหารจัดการ

Advertisement