เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา (กกศ.) มีนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กกศ.พร้อมผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้าร่วม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองร่างมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่สอดคล้องกับแนวทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ภายใต้กรอบแนวคิดสำคัญ 1.บุคคลผู้เรียนรู้ 2.ผู้ร่วมสร้างสรรค์สังคม และ 3.ผู้มีความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานครู 4.0 ลดภาระครูในการประเมินวิทยฐานะ การวัดผลและประเมินผลทั้งตัวครูและผู้เรียนบูรณาการกับแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-พ.ศ.2579) เพื่อเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และแนวทางจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยที่ประชุมจะรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางอุดหนุนเงินค่าใช้จ่ายรายหัวแก่ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดโดยบุคคล องค์กรวิชาชีพ องค์กรชุมชน และองค์กรเอกชน จะลดหย่อนภาษี และยกเว้นภาษีแก่ผู้จัดการศึกษา ตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแก่ผู้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว คือ ปฐมวัย 7,192 บาท ประถม 7,362 บาท มัธยมต้น 10,276 บาท และมัธยมปลาย 10,606 บาท และได้รับการลดหย่อน และยกเว้นภาษีแนวทางเดียวกับที่รัฐสนับสนุนการศึกษาเอกชน ทั้งนี้ กกศ.ให้ข้อเสนอแนะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรศึกษาแนวทางการใช้วงเงินอุดหนุน ประมาณการวงเงินโดยรวมที่ชัดเจน มีกระบวนการตรวจสอบการใช้เงินที่เข้มงวด และสกัดกั้นการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ
นพ.อุดมกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการ และกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) พ.ศ. … มีสาระสำคัญคือ การปรับเปลี่ยน กอศ.ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกำหนดองค์ประกอบของ กอศ.จะมีไม่เกิน 32 คน แบ่งเป็น กรรมการโดยตำแหน่ง 7 คน ผู้แทนองค์กรเอกชน 3 คน ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่น้อยกว่า 17 คน แต่ไม่เกิน 19 คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ

“ที่ประชุมเห็นชอบเรื่องกรอบมาตรฐานการศึกษาของชาติ เป็นกรอบที่คลุมทั้งอุดมศึกษา มัธยมศึกษา ลงถึงปฐมวัย โดยยึดตามยุทธศาสตร์ชาติ ยึดหลักตามพระราโชบายของรัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยกรอบมาตรฐานการศึกษาในแต่ละส่วน ทั้งอุดมศึกษา, สพฐ.และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) แต่ละหน่วยงานต้องไปกำหนดกรอบมาตรฐานการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบหลักที่ กกศ.เห็นชอบ มีเป้าหมายหลักคือสร้างคนไทยให้เป็นคนไทย 4.0 ทั้งนี้ สกศ.เตรียมเสนอร่างมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติให้ ครม.เห็นชอบต่อไป” นพ.อุดม กล่าว
นพ.อุดมกล่าวว่า ที่ประชุม กกศ.ยังเห็นชอบการจัดตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เพิ่มเติม 36 เขต จากที่มีอยู่เดิม 42 เขต โดยยึดเขตปกครองจังหวัดเป็นพื้นฐาน โดยให้มี สพม.ครบทุกจังหวัด รวม 78 เขต โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) มี 2 เขต เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนมัธยมในสังกัดมากกว่า 250,000 คน ทั้งนี้ สพฐ.เสนอใช้วิธีการเกลี่ยกรอบอัตรากำลัง และทรัพยากร ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ อาคารที่ดินสิ่งก่อสร้าง รวมทั้ง บุคลากรเดิมที่มีอยู่ ให้ปฏิบัติงานได้ตามภารกิจ และปริมาณงานที่เหมาะสม โดยที่ประชุม กกศ.ตั้งข้อสังเกตเรื่องอำนาจหน้าที่ของ สพม.จะต้องไม่เพิ่มบุคลากร และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) พร้อมทั้งสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดความสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยขอให้ สพฐ.รายงานผลการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา และคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนให้ กกศ.พิจารณาเป็นระยะ
นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดตั้งเขตพื้นที่ประถมศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้เป็น “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” โดยจัดตั้งนำร่อง 2 เขตแรก คือ เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาระยอง และพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาศรีสะเกษ สาเหตุที่เลือก 2 จังหวัดนี้ เพราะแตกต่างกันมาก โดย จ.ระยอง เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม รายได้ต่อหัวของประชากรสูงมาก ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในขณะที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจไม่มาก ประชาการส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดนี้ สะท้อนความหลากหลายของประเทศไทยในภาพรวม


