นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยระบบนวัตกรรม KKU Smart Learning ว่า KKU Smart Learning เป็นโมเดลหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษา เพราะเป็นโครงการที่พัฒนาสมรรถนะนักเรียนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่ง มข.ได้เสนอโครงการใหม่ คือรูปแบบการพัฒนาขอนแก่นโมเดล หรือ Khon Karen Education Model เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดกระทั่งเสียชีวิต
“KKU Smart Learning และ Khon Karen Education Model เป็นการสนับสนุนการศึกษาที่สมบรูณ์แบบ มีการวางเเผนในทุกระดับ ลงมือทำจริง สมควรได้รับการสนับสนุนต่อไป และถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่นอกจากจะใช้ไอที แล้ว จะต้องเปลี่ยนเรื่องกระบวนการเรียนการสอน การประเมินที่มีเป้าหมายชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินผลการสอนในระดับนานาชาติอย่าง Program for International Student Assessment (PISA) ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา นอกจากมีอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มแล้ว จะต้องฝึกฝนครูด้วย ต้องเตรียมและประเมินหลักสูตร และต้องร่วมพัฒนาระหว่างอาจารย์มหาวิทยาลัยกับครูมัธยม ต้องตอบโจทย์ที่สำคัญคือลดความเลื่อมล้ำทางการศึกษา มข.จึงเป็นตัวอย่างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อีกทั้ง จะทำโรงเรียนนำร่องของไทยตามมาตรฐานโคเซ็น (KOSEN) เพิ่ม คาดว่า จ.ขอนแก่น จะเป็นหนึ่งในจังหวัดนำร่อง” นพ.ธีระเกียรติกล่าว

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข.กล่าวว่า ถือเป็นบทบาทหน้าที่ของทาง มข.ที่ไม่เน้นเพียงเเค่การผลิตบัณฑิตในระดับปริญาตรีเท่านั้น สำหรับรูปแบบการพัฒนาขอนแก่นโมเดล Khon Karen Education Model เช่น ในระดับชั้นมัธยมปลาย มีโครงการ KKU Smart Learning ขยายการพัฒนาครูไปยังโรงเรียนมัธยมปลาย ในระดับชั้นปริญญาตรี โดยสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งใน จ.ขอนแก่น ร่วมกันผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมในจังหวัด ในระดับการเรียนสายอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) การศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปริญญาตรี ทาง มข.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมมงคล (มทร.) อีสาน เเละวิทยาลัยอาชีวศึกษาในจังหวัด ผลิตบัณฑิตอาชีวะพันธุ์ใหม่ เป็นต้น
“ด้านโครงการพัฒนาสมรรถนะนักเรียนระดับมัธยมด้วยนวัตกรรม KKU Smart Learning ที่มุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1, ม.2 และ ม.3 ซึ่งระยะแรกได้วางแผนการดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยในปีที่ 1 มุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1 ปีที่ 2 มุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1 และ ม.2 และในปีที่ 3 มุ่งพัฒนานักเรียนชั้น ม.1, ม.2 และ ม.3 คาดว่าโครงการนี้จะขยายผลออกไปยังโรงเรียนต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ขาดกำลังคนไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ และบุคลากรสายสนับสนุน มีจำนวนไม่เพียงพอ มีข้อจำกัดด้านการงานที่มากขึ้นในการขับเคลื่อนในพื้นที่ซึ่งขยายขอบเขตออกไป จึงขอความร่วมมือจากทางกับ สพฐ.ในการสนับสนุนเพิ่มกรอบอัตรากำลัง (ข้าราชการ) ให้ KKU Smart Learning บริหารจัดการเพิ่มจำนวน 35 อัตรา เพื่อพัฒนาครูและพัฒนาวัตกรรมต่อไป



