นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ประกาศรับสมัครนักศึกษาที่ถูกประกาศพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาของ มทร.ธัญบุรี หรือ รีไทร์ กลับเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และคัดค้าน ฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าเป็นการให้โอกาสนักศึกษา ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษา และความน่าเชื่อต่อสถาบันอุดมศึกษาโดยภาพรวมในอนาคตนั้น ไม่ทราบข่าวนี้มาก่อน หากต้องการรายละเอียด หรือกระบวนตามกฏหมายเพิ่มเติม ต้องสอบถาม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ว่า มทร.ธัญบุรี ทำผิดระเบียบ หรือผิดกฎหมายหรือไม่
“ผมสามารถให้ภาพกว้างได้ว่าถ้า มทร.ธัญบุรีทำผิดตามกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดูแลอยู่ ต้องสอบถามทาง สกอ.ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไร อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยถือเป็นอิสระอยู่เเล้ว และหากนโยบายนี้ไม่ผิดกฎหมาย และ มทร.ธัญบุรีจัดทำโครงการนี้ขึ้นเอง ถ้าสังคมตั้งข้อสงสัยในเรื่องคุณภาพการศึกษา ทางสภามหาวิทยาลัยก็ต้องรับผิดชอบ เเละอธิบายต่อสังคมให้ได้” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
ด้านนายพีรธร บุณยรัตพันธุ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับ มทร.ธัญบุรีที่จะให้โอกาสนักศึกษาที่ถูกรีไทร์กลับเข้าเรียน เพราะการที่นักศึกษาถูกรีไทร์ บางครั้งไม่ได้เกิดจากปัจจัยความประพฤติ แต่เกิดจากปัจจัยอื่นๆ เช่น การปรับตัว ความไม่ถนัด การดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษา ฯลฯ ฉะนั้น จึงควรให้โอกาสนักศึกษาได้กลับเข้าเรียนอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช่คณะ/ สาขาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ หรือสาขาที่จะต้องมีสภาวิชาชีพกำกับ เช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ เป็นต้น
นายพีรธรกล่าวอีกว่า ส่วนที่มองว่าจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษานั้น เห็นว่าควรเปลี่ยนมุมมอง ไม่ควรให้ความสำคัญกับเกรด แต่ควรมองถึงผลผลิตที่จบออกไปว่าเป็นคนดี มีจิตสำนึก และมีความรู้ความสามารถที่จะทำงานได้หรือไม่ ถ้ามีความสามารถ และทำงานได้ เป็นที่พึงพอใจของตลาดแรงงาน และสังคม ก็ถือว่ามีคุณภาพ เชื่อว่าสถานประกอบหลายแห่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับเกรด แต่มองเรื่องความรู้ความสามารถเป็นหลัก เพราะตนเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับสถานประกอบการบางแห่งอยู่ ก็ให้ความสำคัญที่ความรู้ความสามารถมากกว่าเรื่องเกรด
“การให้โอกาสเด็กที่ถูกรีไทร์กลับเข้ามาเรียน เป็นการให้โอกาสเด็ก ดีกว่าต้องมาสมัครเรียนใหม่ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ อีกทั้ง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในหลายแห่ง บางรอบก็เปิดให้นักศึกษาสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง หรือมีโครงการพิเศษ มหาวิทยาลัยสามารถรับนักศึกษาได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการอยู่แล้ว จึงควรให้เด็กที่ถูกรีไทร์มีโอกาสเรียนต่อดีกว่า เด็กจะได้ไม่เสียเวลาเรียน และเป็นการให้โอกาสแก้ไขตนเองด้วย” นายพีรธร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เด็กถูกรีไทร์กลับเข้าเรียนใหม่โดยไม่มีเงื่อนไข แล้วจะวางกฎเกณฑ์การรีไทร์ทำไม นายพีรธร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีระเบียบให้มีการเทียบโอนหน่วยกิตได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เปิดช่องให้คนที่ลาออกไปแล้วสามารถสมัครกลับเข้ามาเรียนใหม่โดยเทียบโอนหน่วยกิตได้ สมมุติว่าเป็นเด็กที่เห็นช่องทาง และคาดว่าในภาคเรียนนี้จะไม่ผ่าน ต้องรีไทร์แน่ๆ ก็จะลาออกไปก่อนที่จะถูกรีไทร์ แล้วสมัครกลับมาเรียนใหม่ ก็สามารถเทียบโอนหน่วยกิตบางส่วนได้ในรายวิชาที่เกรดดี ซึ่งมีแนวทางนี้ทำได้อยู่ ถามว่าจะต่างกับการให้โอกาสเด็กที่ถูกรีไทร์กลับเข้ามาเรียนตรงไหน ส่วนที่ถามว่า มน.จะทำบ้างหรือไม่นั้น ส่วนตัวคงตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องเชิงนโยบาย คงตอบได้แง่แนวคิดส่วนตัว
“ที่ถามว่าการรับเด็กที่ถูกรีไทร์เป็นการแก้ไขวิกฤตขาดแคลนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือไม่นั้น มองว่าเป็นการแก้ไขวิกฤตขาดแคลนนักศึกษา ต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งอยู่รอดได้ก็ด้วยจำนวนนักศึกษา และค่าเทอมยกเว้นมหาวิทยาลัยที่มีทรัพย์สิน หรือที่ดินให้เช่า หรือมีรายได้จากแหล่งอื่นๆ และระหว่างทางชั้นปีที่ 2-4 ก็จะมีเด็กหลุดออจากระบบทุกปี จนถึงชั้นปีที่ 4 อาจออกไปถึง 10% หรือ 20% ฉะนั้น ถ้าจะพูดว่าแนวทางการรับเด็กถูกรีไทร์ ก็เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตขาดแคลนนักศึกษา ก็สามารถพูดได้” นายพีรธร กล่าว

