เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า จะมีการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ซึ่งจะมี 3-4 กระทรวงที่จะต้องเข้าสู่การปฏิรูป หนึ่งในนั้นคือ จะนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) มารวมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัย ว่า โดยหลักการตนเห็นด้วยกับการรวม วท.และสกอ. มาเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัย แต่กังวลว่า หากมีการปรับเปลี่ยนตอนนี้ อาจจะเกิดแรงต้านจากบุคลากร และอาจต้องปรับปรุงข้อกฎหมาย และทำประชาพิจารณ์ใหม่ อาจทำให้จัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาไม่ทันก่อนเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ และหากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้น ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ก็ขอให้จัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยนำวท. มารวมกับกระทรวงการอุดมศึกษาในภายหลัง
นพ.อุดมกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามจากการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานเห็นด้วยกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรรวมเรื่องการวิจัยเข้าไปด้วย ซึ่งตรงนี้อาจมีส่วนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน ตน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการวท. และนายกอบศักดิ์ เคยหารือประเด็นนี้นอกรอบ โดยทุกคนเห็นด้วย เพราะ งานวิจัย 70-80% เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ดังนั้นการรวมวท.ไว้ในกระทรวงการอุดมศึกษา จึงเป็นแนวทางที่ดี แต่จะต้องหารือกับหน่วยงานวิจัยอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้รัฐบาลอยากให้กระทรวงการอุดมศึกษา เกิดก่อนการเลือกตั้ง เพราะหวังให้เป็นหน่วยงานสำคัญในการผลิตกำลังคนพัฒนาประเทศ
“ขณะนี้ผมได้เสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ให้ครม.พิจารณาแล้ว ตอนนี้ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะพิจารณา หากต้องการรวมวท. ไว้ในกระทรวงการอุดมศึกษา และไม่ให้เกิดการต่อต้านจากบุคลากรภายใน หรือต้องเริ่มกระบวนการใหม่ นายกฯ สามารถแจ้งหลักการ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ปรับข้อกฎหมาย รวมวท.ไว้กับกระทรวงการอุดมศึกษา คิดว่าใช้เวลาไม่นาน และจะไม่มีความขัดแย้งแน่นอน ”รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าว

