หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา อดีตอธิการบดี...

อดีตอธิการบดีชี้ควบรวม ‘สกอ.-วท.’ ไร้ปัญหา แนะใช้ชื่อ ‘ก.อุดมฯ’ ตามภาระงานหลัก

24.05.18 | 04:51 น.

นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยว่า กรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการควบรวม วท.กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยนายกฯ ให้ชื่อกระทรวงใหม่ว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการอุดมศึกษา” นั้น หากดูตามภารกิจของกระทรวงใหม่ งานส่วนใหญ่จะอยู่ในอุดมศึกษา ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งมีอยู่ในมหาวิทยาลัย กลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงวิจัย ทำหน้าที่พัฒนาบุคลากร วิจัยและพัฒนา และกลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ ดังนั้น ถ้าดูตามบทบาท และความเหมาะสม ควรให้ชื่อ “อุดมศึกษา” นำหน้า ทั้งนี้ แม้จะเป็นการควบรวม แต่โดยหลักความเป็น วท.เดิมจะต้องสลายลง ปรับมาเป็นกระทรวงใหม่ ยกร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นในส่วนของงานวิจัย และนวัตกรรมเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และหากดูกรอบเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ส่วนตัวคิดว่าฉิวเฉียด แต่ถ้ารัฐบาลตั้งใจก็คิดว่าน่าจะทัน

“ส่วนตัวผมไม่คัดค้านที่จะควบรวมกับ วท.เพราะที่ผ่านมาเห็นตรงกันว่าอุดมศึกษาควรแยกออกจาก ศธ.และควรมีเรื่องงานวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งไม่เสียหายหากจะรวม วท.เข้ามาด้วย ไม่มีเหตุผลที่จะรังเกียจ แต่สิ่งที่อยากให้ช่วยกันอีกเรื่องหนึ่ง คืออยากให้เร่งผลักดันกระทรวงใหม่ให้เกิดทันในรัฐบาลนี้ และต้องไม่ลืมว่ามหาวิทยาลัยลัยไม่ได้มีเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังมีศาสตร์ด้านสังคม ที่จะเข้ามาช่วยกล่อมเกลาจิตใจคนในประเทศด้วย” นพ.เฉลิมชัย กล่าว

ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ถือว่าดีในการควบรวม และเกิดกระทรวงใหม่ขึ้นมา ซึ่งรัฐบาลทำได้เลย และใช้เวลาไม่นาน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการแก้ไขปัญหาการศึกษาโดยยกเอางานด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม เข้ามาอยู่รวมกับอุดมศึกษาถือว่าตอบสนองการแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น คิดว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด หากไม่รวมอาชีวศึกษาเข้าไปด้วย

“แนวทางใหม่ดีขึ้นมากกว่าร่างโมเดลเดิมของ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) การควบรวม และตั้งกระทรวงใหม่ ตอบเป้าหมายของประเทศดีขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการศึกษาของประเทศได้สมบูรณ์ และอาจมีแรงต้านในการใช้ชื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการอุดมศึกษาอยู่บ้าง ในส่วนอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เช่น มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ แต่อธิบายได้ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ภายใต้คำว่านวัตกรรม ซึ่งชื่อเดิมอาจทำให้เกิดการรอมชอบกว่า” นายภาวิช กล่าว

ศ.พิเศษ ดร.ภาวิชกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การนำงานด้านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมเข้ามา ตอบโจทย์ไปอีกระดับหนึ่ง เพราะหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยคือการวิจัย การที่ให้กระทรวงใหม่มีรูปแบบดังกล่าว เป็นการยืนยันว่าหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยคือการวิจัย และแก้ปัญหาระบบการวิจัยของประเทศได้ เพราะที่ผ่านมาระบบการวิจัยของประเทศยุ่งเหยิงไม่เป็นเอกภาพ และไม่มีประสิทธิภาพ การผนวกรวมกันในเชิงนโยบายจะชัดเจนมากขึ้น

Advertisement