ความคืบหน้ากรณีการควบรวมสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และหน่วยงานวิจัยใช้ชื่อใหม่ว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์นวัตกรรมและการอุดมศึกษา โดยจะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้ โดยที่ผ่านมามีนักวิชาการ อธิการบดี อดีตอธิการบดีหลายรายออกมาให้ความเห็นไม่สนับสนุนการควบรวมดังกล่าว ทั้งนี้ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการ วท.พร้อมด้วยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมรับฟังความคิดเห็น จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโยลีราชมงคล (มทร.) ในสัปดาห์หน้านั้น
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประธาน ทปอ.เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า ตนจะนัด นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุวิทย์ พร้อมด้วยผู้แทน มรภ., มทร., มหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อหารือ และเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยทุกกลุ่มร่วมแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่สามารถบอกได้ว่า เห็นด้วยกับเรื่องนี้หรือไม่ ขอฟังความคิดเห็นภาพรวมก่อน
นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่า ผมไม่เห็นด้วยที่จะควบรวม วท., สกอ.และหน่วยงานวิจัย การแยกเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาตามที่ นพ.อุดม และคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ได้ศึกษาวิเคราะห์ไว้แล้ว เป็นแนวทางที่ดี และค่อนข้างสมบูรณ์เหมาะสม ให้กระทรวงการอุดมศึกษาเป็นกระทรวงที่กะทัดรัด คล่องตัว แต่ถ้านำมารวมกับ วท.และหน่วยงานวิจัยจะทำให้กลายเป็นกระทรวงที่เทอะทะ และกังวลว่าจะกลับไปเหมือนอีหรอบเดิม ตอนอยู่กับ ศธ.มีสายการบริหารงานที่ยาวไม่คล่องตัวขาดอิสระ ส่วนที่ให้เหตุผลว่า การควบรวมเพราะมหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยทำงานร่วมกันอยู่แล้ว หากมาอยู่รวมกันจะทำให้เกิดพลังในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมได้ดีนั้น ก็ไม่น่าจะจริง เพราะระบบการเสนอของบประมาณ หรือเสนองานวิจัยที่ทำอยู่ในปัจุบันดีอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานอิสระ พิจารณาให้ทุนวิจัยต่างๆ มีการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ถ้ารวมแล้วจะกลายเป็นกระทรวงเดียวกันให้ทุนกันเอง อาจทำให้เกิดปัญหาไม่มีระบบการตรวจสอบ
“ถ้าผมเป็น นพ.อุดม ผมจะสู้ต่อเพราะหลักการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาเป็นหลักการที่ดี หลายเรื่องผ่านการสอบถามความคิดเห็นจากมหาวิทยาลัยมีความสมเหตุสมผล แต่ผมยังไม่เห็นหลักการ และความสมเหตุสมผลจากแนวคิดการควบรวมของนายสุวิทย์” นายฤๅเดชกล่าว
นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า การแยกอุดมศึกษาออกมาจาก ศธ.ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ การควบรวม สกอ., วท.และหน่วยงานวิจัยต่างๆ นั้น อยากให้รัฐบาลบอกให้ชัดเจนว่า มีความต้องการหรือมุ่งผลสัมฤทธิ์ทางด้านใด มองในแง่ดีปัจจุบันมหาวิทยาลัยต้องของบวิจัยจาก วท.และหน่วยงานวิจัยต่างๆ อยู่แล้ว การควบรวมจะทำให้งานวิจัยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และกระจายตัวไปยังมหาวิทยาลัยได้มากขึ้น แต่ส่วนตัวยังมีข้อกังวล เพราะการนำ 2 องค์กรมารวมกันไม่ใช่เรื่องง่าย การรวมกันตอนนี้อาจจะเร็วๆ เกินไป แม้โดยหลักการการควบรวม จะเป็นเรื่องดีและส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะตอบโจทย์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม แต่อยากให้แยกอุดมศึกษาออกจาก ศธ.ให้ได้ก่อน จากนั้นเมื่อระบบการบริหารงาน โครงสร้างกระทรวงการอุดมศึกษาเข้าที่แล้ว ค่อยนำ วท.และหน่วยงานวิจัยมารวม เพราะอุดมศึกษามีโจทย์ใหญ่ในการผลิตกำลังคนเพื่อพัฒนาประเทศ
“ผมเองไม่คัดค้าน และเห็นด้วยที่จะควบรวม วท., สกอ.และหน่วยงานวิจัย แต่กังวลว่าหากรวมกันทันทีตอนนี้อาจทำได้ไม่ดี ทั้งนี้ อุดมศึกษาควรเป็นกระทรวงที่มีขนาดเล็ก และคล่องตัว หากรวมกับ วท., สกอ.และหน่วยงานวิจัย จะกลายเป็นกระทรวงที่ใหญ่ และใน วท.มีนักวิจัยที่เก่ง มั่นใจ ถ้ามารวมกับอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งเก่งเช่นกันจะทำให้บริหารงานได้ลำบาก และคงจะเหนื่อยมาก” นายประเสริฐกล่าว

