รัฐบาล ยันกระทรวงใหม่เกิดทันก่อนเลือกตั้ง ‘วิษณุ’ รับปากใช้ขั้นตอนพิเศษพิจารณา กม.

28.05.18 | 17:41 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมองค์กรหลักของศธ. เกี่ยวกับกระทรวงใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ว่า ตนปรึกษาหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องกระทรวงใหม่แล้ว ขณะนี้ชัดเจนว่าให้ อุดมศึกษาเป็นหลัก จุดมุ่งหมายเพื่อต้องการปฏิรูปให้กระทรวงอุดมศึกษา สามารถมีวิจัย และมีทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมถึงมีนวัตกรรมทางสังคม เข้ามาอยู่ร่วมด้วย มีภารกิจเป้าหมายเดียวกัน

“พล.อ.ประยุทธ์ ปรึกษาหารือกับผม และนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เรียบร้อบแล้ว ส่วนรายละเอียด นพ.อุดมจะไปทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนชื่อกระทรวงใหม่ ยังไม่มีความชัดเจน แต่จะใช้ชื่อกระทรวงอุดมศึกษา นำหน้า ส่วนคำอื่นที่จะต่อท้ายนั้น ต้องไปคิดกันอีกที ทุกองค์กรมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่กระทบใครเป็นหลัก เพียงแต่เป็นการบรูณาการร่วมกัน โดยจะเน้นแบบสากลคือนำการศึกษาเป็นแกนหลักในการตั้งกระทรวง” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ด้านนพ.อุดม กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในกระบวนการหารือทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย ในวันที่ 31 พฤษภาคม ตนและ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จะหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทอป.) และต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน หารือที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และจะหารือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ต่อไป คาดว่าแล้วเสร็จภายในต้นเดือนมิถุนายน ตอนนี้หากมองภาพใหญ่ อุดมศึกษาเป็นตัวสร้างทรัพยากรที่มีคุณภาพให้กับประเทศ ทั้งยังต้องไปทำวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ การรวมวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่วิทยาศาสตร์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสังคมศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ ด้วย

“สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลคือจัดตั้งกระทรวงใหม่ได้ทันหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งมีขึ้นในอีก 8 เดือนข้างหน้า ยืนยันว่าทันแน่นอน เพราะได้พูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการวท. เพื่อวางแผนการทำงานเนื่องจากนายกฯ เคาะออกมาชัดเจนว่าให้นำอุดมศึกษาเป็นหลัก ดั้งนั้นการทำงานของกระทรวงใหม่คือต้องปรับแก้คือ พ.ร.บ.กระทรวง ทบวง กรม เรื่องนี้ไม่มีปัญหา และกระทรวงอุดมศึกษาที่ตั้งใหม่จะมีอยู่ 2 ฐานหลักคือ ฐานอุดมศึกษา มี พ.ร.บ.การอุดมศึกษ ที่ผ่านความเห็นชอบจากภาคอุดมศึกษา และประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว ตรงนี้คิดว่าไม่ต้องปรับแก้ ฐานที่สองคือการวิจัย คือ ร่างพ.ร.บ วิจัยและนวัตกรรม ของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี อยู่แล้วแต่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม คือรวมวิทยาศาสตร์เข้าไปด้วย” นพ.อุดม กล่าวและว่า กระทรวงใหม่ถือเอา 2 พ.ร.บ นี้เป็นหลักในการทำงาน คาดว่าภายใน 2 เดือน จะทำ พ.ร.บ. กระทรวงใหม่เสร็จ พร้อมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในเดือนสิงหาคม และทางนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รับปากว่าจะใช้กระบวนการพิเศษเพื่อความรวดเร็ว คือให้มี คณะกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณาในขั้นตอนกฤษฎีกา เพื่อผ่านเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าทันก่อนเลือกตั้งแน่นอน” นพ.อุดม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อควบรวม สกอ วท. และหน่วยงานวิจัยอื่นๆ เข้าด้วยกัน จะเหมือนที่อยู่ภายใต้ ศธ. ที่การทำงานช้าลงหรือไม่ นพ.อุดม กล่าวว่า ขึ้นอยู่กันการออกแบบการทำงาน แต่รูปแบบการทำงานไม่เป็นแบบเดิมแน่นอน มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวใหม่ และต้องบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน และรัฐบาลจะช่วยเต็มที่ในเรื่องของงบประมาณการวิจัย เพื่อให้ตอบยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าให้งบประมาณการวิจัยเพิ่มขึ้น 1-1.5% ของ GDP ทั้งประเทศ ส่วนชื่อของกระทรวงใหม่ ยังไม่มีความชัดเจน คาดว่าจะชื่อกระทรวงอุดมศึกษา นวัตกรรม วิจัยและวิทยาศาสตร์

Advertisement