เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการอาชีวศึกษาพรีเมียม เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมหารือ ปัญหาการดำเนินการต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา โดยภายหลังที่วิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการฯ 27 แห่งเปิดการเรียนการสอนแล้ว พบว่าสามารถรับเด็กได้ 70-80% แต่ส่วนใหญจะประสบปัญหารับเด็กได้ไม่เต็มใน 2 สาขาคือ สาขาระบบขนส่งทางราง, สาขาแม็กคาทอนิกส์และหุ่นยนต์ อาจเป็นเพราะโครงการอาชีวศึกษาพรีเมียมเปิดรับช้า เด็กบางคนได้ที่เรียนแล้ว ผู้ปกครองกังวลใจเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะโครงการ กำหนดว่าผู้เรียนจะต้องเดินทางไปฝึกปฏิบัติงานจริงที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 ปี โดยศธ.เจรจาตกลงความร่วมมือกับ 4 วิทยาลัยจีน คือ วิทยาลัยการคมนาคมขนส่งสาธารณะ ฉ่งซิ่ง, มหาวิทยาลัยซานตง เจียวทง, วิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาการรถไฟหวู่ฮั่น, วิทยาลัยเทคนิค เทียนจิน ดังนั้น เพื่อให้แต่ละวิทยาลัยสามารถรับเด็กได้ตามเป้าหมาย ที่ประชุมจึงมีมติ ให้วิทยาลัยที่ยังรับเด็กไม่เต็มใน 2 สาขาดังกล่าว ขยายการรับนักเรียนออกไปจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน
“โครงการอาชีวะพรีเมียมเป็นการเรียนหลักสูตรพันธุ์ใหม่ ในสาขาที่ตอบโจทย์ ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เด็กจะมีความรู้ทักษะและสมรรถนะสูง เรียนจบแล้วสามารถเข้าทำงานเลย แต่ผู้ปกครองกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายช่วงที่จะไปฝึกงานที่ประเทศจีน ผมจึงหาวิธีโดยให้ สอศ.ให้ทุนสนับสนุนแต่อาจจะยังไม่พอ จึงขอให้ สอศ.ไปเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ต้องการเด็กสาขาเหล่านี้มาร่วมให้ทุนสนับสนุนเด็กด้วย เพราะเด็กเหล่านี้เมื่อเรียนจบ จะมีสมรรถสูงและสามารถทำงานได้จริงเพื่อจะไปช่วยพัฒนาการทำงาน”รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวและว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังขอให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดคอสอบรมให้กับครูอาชีวะ และมอบหมายให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มาเป็นช่วยเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ให้กับวิทยาลัยเกษตร 5 แห่ง ซึ่งเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะบางวิทยาลัยอาจมีครูในวิชานี้แต่ยังไม่เพียงพอ หรืออาจจะมีแต่ยังไม่เก่ง

