เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผยถึงผลการศึกษาอายุกำแพงเมืองเชียงแสนด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้วิธีเรืองแสงความร้อน (Thermoluminescence : TL) ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่ามีการใช้งานหลายยุคสมัย รายละเอียดดังนี้
เมืองเชียงแสน ถือเป็นเมืองสำคัญมากที่สุดเมืองหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ล้านนา มีความสำคัญในฐานะเมืองเครือข่ายเส้นทางการค้าลุ่มน้ำโขง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบการเมืองการปกครองของราชวงศ์มังรายนานนับศตวรรษ
หลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์กล่าวถึง พญาแสนภู (กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ 3) ได้สร้างเมืองเชียงแสนขึ้นใหม่ ราว พ.ศ.1870-1871 โดยได้สร้างเมืองใหม่ทับซ้อนร่องรอยเมืองเดิมที่เคยมีมาก่อนหน้า หลังจากนั้นในรัชกาลต่อมาพญาคำฟู (กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ 4) ก็ได้ประทับที่เมืองเชียงแสนตลาอดรัชกาล
การศึกษาและบูรณะกำแพงเมืองเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ.2553-2554 ได้มีการนำดินและอิฐจากกำแพงเมืองเชียงแสนไปศึกษาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (Thermoluminescence : TL) จำนวน 13 ตัวอย่าง สามารถกำหนดช่วงอายุการใช้งานของกำแพงเมืองเชียงแสน ได้ดังนี้
ช่วงระยะเวลาที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 9-11
ช่วงระยะเวลาที่ 2 ราวพุทธศตวรรษที่ 16
ช่วงระยะเวลาที่ 3 ราวพุทธศตวรรษที่ 20 – 21
ผลจากการศึกษาค่าอายุของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีการใช้งานพื้นที่เมืองเชียงแสนมาอย่างต่อเนื่อง หลายยุคสมัย

