ร่างกม.ใหม่ ชูนายกฯ นั่งกก.นโยบายศึกษาชาติ ตอบโจทย์เด็กจบมีงานทำ

12.06.18 | 15:46 น.

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ได้หารือถึงการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … โดยวันที่ 21 มิถุนายน จะเปิดรับฟังความคิดเห็นและประชาพิจารณ์ที่ สกศ. และวันที่ 25 มิถุนายน จะรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนเด็กและเยาวชนในทุกระดับชั้น และในวันเดียวกันจะรับฟังความคิดเห็นของสมัชชาการศึกษาทุกจังหวัดถึงความคาดหวังของการปฏิรูปการศึกษา

“ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำหน้าที่พิจารณานโยบายเกี่ยวกับการศึกษา ดูแลข้อมูลข่าวสารหรือบิ๊กดาต้าเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์กำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ และเลขาธิการ สกศ.เป็นเลขานุการ” นพ.จรัส กล่าว

นพ.จรัส กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ยังเพิ่มเรื่องให้อำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดการและส่งเสริมสถานศึกษาที่อยู่ในท้องที่ของตนเอง โดยจะกำหนดชัดเจนว่าอปท.มีหน้าที่สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สนับสนุนงบประมาณ บริการเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาได้ทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงพัฒนาแหล่งเรียนรู้และให้มีการจัดสถานศึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสม ส่วนหลักสูตรแกนกลาง ที่เดิมเนื้อหาสาระมีความยืดหยุ่นน้อย ในอนาคตหลักสูตรแกนกลาง จะต้องปรับคือเน้นหลักสูตรสถานศึกษาและมีความยืดหยุ่นคล่องตัว ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ จะแก้ไขปัญหาการศึกษา เช่น จบมาแล้วมีงานทำได้หรือไม่ คิดว่าต้องแก้ไขให้ได้ ถ้าแก้ไขไม่ได้ หมายความว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ

นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ยกร่างใหม่โดยยังคงอ้างอิงพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 อยู่ อีกทั้งจำเป็นต้องดูกฎหมายลูก และปรับเปลี่ยนองค์กรต่อไป เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และการศึกษาตลอดชีวิต ที่ต้องขยายขอบเขตงาน ปรับรูปแบบโครงสร้างงานใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาคนว่างาน หรือยากจนให้ได้รับการศึกษาหรือเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ในร่างพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. จะไม่ลงรายละเอียดการปรับโครงสร้างองค์กร แต่พูดถึงหลักการที่ควรจะปรับเปลี่ยนให้มีทันสมัยมากขึ้นเท่านั้น

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสกศ. กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมี 7 หมวด 83 มาตรา ประกอบด้วย หมวด 1 หน้าที่ของรัฐด้านการศึกษา หมวด 2 สิทธิและหน้าที่ หมวด 3 การจัดการศึกษา หมวด 4 ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หมวด 5 การพัฒนาและกำกับดูแลการศึกษา หมวด 6 แผนการศึกษาแห่งชาติและทรัพยากรการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ และหมวด 7 คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ

Advertisement