เรียกได้ว่ากระแสยังไม่จางจริงๆ สำหรับละครบุพเพสันนิวาสที่ล่าสุดนำกลับมารีรันได้พักใหญ่โดยเมื่อไม่นานมานี้ ผศ. นงค์นุช ศรีธนาอนันต์ คณบดี และคณาจารย์ นักศึกษา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ร่วมกับ ททท.สำนักงานลพบุรี จัดโครงการ “ท่องเที่ยววิถีไทยตามรอยบุพเพสันนิวาส” โดยให้ผู้เข้าร่วมแต่งชุดไทยเดินท่องเที่ยว ลพบุรี-พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้มีวิทยากรคือ ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล และผู้ประพันธ์นินายบุพเพสันนิวาส “คุณรอมแพง” หรือ “จันทร์ยวีร์ สมปรีดา” เดินทางให้ความรู้ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ด้วย

เริ่มต้นทริปกันที่พระราชวังนารายณ์นิเวศน์ สถานที่ที่วิทยากร ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล บอกว่า เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงใช้เป็นที่ประทับมากกว่าพระราชวังที่กรุงศรีอยุธยาเพื่อหลีกเลี่ยงเลี่ยงศัตรูทางการเมือง ในรัชสมัยนี้ เป็นรัชสมัยที่เกี่ยวข้องกับการค้าต่างประเทศเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ในช่วงยุคสมเด็จพระนารายณ์มีราชทูตจากต่างประเทศมาเชื่อมสัมพันธไมตรีมากกว่าสมัยกษัตริย์องค์อื่นๆ ของกรุงศรีอยุธยา
“เมื่อราชทูตมาเข้าเฝ้า ฝรั่งไม่มีการหมอบขอบเฝ้า ให้เดินเท้าเข้ามาได้ เพราะฉนั้นการเฝ้าของลาร์ ลูแบร์ก็ดี หรือแชวร์ เดอร์ชูมองก็ดี จึงกลายเป็นบรรทัดฐานให้ เซอร์ จอห์น เบาว์ริง ทูตในสมัยรัชกาลที่ 4 ใช้ขนบธรรมเนียมแบบนี้ด้วย เนื่องจากว่าเมื่อลาร์ ลูแบร์กลับไปฝรั่งเศสก็ได้มีการเขียนบันทึกซึ่งได้ตีพิมพ์เป็นเรียบร้อยแล้ว โดยฉบับนี้นี้ยังมีขายอยู่แม้ในยุคปัจจุบัน เบาว์ริงคงได้อ่านและรับมาใช้เหมือนครั้งลาร์ ลูแบร์ ส่วนเวลาทูตเข้าเฝ้าไม่ใช่การมาเจรจาการ ขนบการทูตเข้าเฝ้าเหมือนขนบปัจจุบันคือการลงนามสัญญา เราไม่ต้องเจราว่าจะเอาอย่างอย่างไร ดังนั้นวันที่เจรจาก็คือวันที่ตกเรียบร้อยแล้วว่าจะเอาแบบนี้ ฉะนั้นวันที่กษัตริย์เสด็จคือวันที่ราชทูตยื่นพระราชสาส์นให้”

นอกจากพระราชวังนารายณ์นิเวศแล้ว ยังมีการพาไปเยี่ยมชมบ้านพระยาวิชเยนทร์ วัดไชยวัฒนาราม และที่สุดท้ายคือวันพุทไธศวรรย์ ซึ่งในทริปนี่ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมราว 50 คนมีทุกเพศทุกวัย และส่วนใหญ่ใส่ชุดไทยมาเข้าร่วม จะเห็นได้ว่ากระแสของละครบุพเพสันนิวาศ ส่งผลให้คนแห่มาเที่ยวโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอย่างแน่นขนัด ซึ่งในทริปนี้ คุณรอมแพงยังได้พูดถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดนิยายบุพสันนิวาสเรื่องนี้ขึ้นมา
“ถ้าถามว่าได้รับแรงบันดาลใจจากที่ใดบ้าง ก็คงจะเป็นทวิภพกับสายโลหิต แต่เป็นแรงบันดาลใจในเชิงที่เรายกย่องและก็อยากทำให้ไม่เหมือน เราก็เลยใช้ให้ตัวเกศสุรางค์กลับมาสู่ยุคอดีตด้วยการตาย เพราะว่าอยากทวิภพคือการทะลุกระจกไปมา แต่นี่คือกลายเลยกลับบ้านไม่ได้แล้ว ถ้ากลับไปก็กลับไปเป็นวิญญาณ”




