พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษาออกมาสู่โลกธุรกิจ เพื่อกระตุ้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยการสร้างองค์ความรู้ เชื่อมโยงให้เข้ากันอย่างเป็นระบบ พร้อมสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา เพื่อประดิษฐ์คิดค้น พัฒนาต่อยอด จดอนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตร เผยแพร่สู่สาธารณะและชุมชน เพื่อการนำไปใช้เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม ซึ่ง สอศ.ได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนแล้วใน 2 ภูมิภาค คือ ภาคตะวันออกและพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเป็นผลการดำเนินงาน ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สอศ.กับศึกษาธิการภาค ดำเนินการในรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์จากสถานศึกษา ที่ผ่านการคัดเลือกนำมาพัฒนาต่อยอดเข้าสู่อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าชมรายละเอียดและพิจารณาคุณสมบัติสิ่งประดิษฐ์และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยผ่านช่องทางคิวอาร์โค้ดได้อีกช่องทางหนึ่ง
สำหรับการขับเคลื่อนนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษาครั้งนี้เป็นของภาคกลาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ภายในงานประกอบด้วย การเสวนาทางวิชาการเพื่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศไทย 4.0 ในหัวข้อ แนวทางการส่งเสริม นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษาสู่ไทยแลนด์ 4.0 และ การจัดประเภทกลุ่มของนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การจัดนิทรรศการแสดงผลงาน สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมอาชีวศึกษา จำนวนกว่า 220 ผลงาน จาก 75 สถานศึกษา ซึ่งเป็นการเจรจาขับเคลื่อนนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา เพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เป็นการแสดงความจำนง ความร่วมมือของการจับคู่ระหว่างสถานประกอบการ และนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ของสถานศึกษา 4 รูปแบบ คือ เจรจาแล้วซื้อ จำนวน 39 ผลงาน ให้คำแนะนำแล้วซื้อ จำนวน 28 ผลงาน ให้โจทย์แล้วซื้อ จำนวน 11 ผลงาน และให้คำปรึกษาต่อยอดธุรกิจ จำนวน 19 ผลงานในการก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เพื่อทำเป็นธุรกิจต่อไป และคาดว่าจะมีการจับคู่ธุรกิจ จำนวนไม่น้อยกว่า 150 คู่ และมีผู้เข้าร่วมชมงานมากกว่า 3,000 คน
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า การจัดงานขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมอาชีวศึกษาที่จัดขึ้นนี้ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการจัดการอาชีวศึกษาที่เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิดต่อยอดกระบวนการผลิต เพื่อให้เดินไปพร้อมๆ กับกลยุทธ์ด้านการตลาด ได้มีโอกาสทำความความรู้จักกับผู้ประกอบการ เกิดการสื่อสารในเชิงธุรกิจ คาดว่าต่อไปโรงฝึกงานหรือ “ช็อป” ในสถานศึกษาจะเป็นช็อปที่มีชีวิต มีความเคลื่อนไหว เพราะจะมีการผลิตและพัฒนารูปแบบสิ่งประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง มีการกระจายรายได้และพัฒนาองค์ความรู้ให้สูงขึ้น สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่นำมาแสดงและจำหน่ายในครั้งนี้ หลายชิ้นโด่งดังเป็นข่าวไปแล้ว เช่น อุปกรณ์วัดความสุกของทุเรียน จุกน้ำปลากันเลอะ เครื่องเซาะตาสับปะรด เครื่องสารพัดตามพลังงานแสงอาทิตย์ และยังมีอีกหลายชิ้นที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจ และพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น มีดสางใบอ้อย เครื่องตอนจุกสับปะรด เครื่องตามรีโมต เครื่องคั่วเมล็ดกาแฟ เครื่องปั่นเม็ดเลือดแดง เครื่องระเบิดท่อน้ำอุดตันในครัวเรือน เครื่องพ่นยาสัตว์ เครื่องเตือนไฟไหม้สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ซึ่งยังมีอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็สแกนจากคิวอาร์โค้ดหรือติดต่อได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2510-9552 / 0-2510-9553

