เคาะชื่อแล้ว ‘ก.อุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม’ ตั้งคณะทำงานจัดตั้งกระทรวง ชงสนช.ต.ค.นี้ (คลิป)

15.06.18 | 17:09 น.

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สวก.) และหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมหารือกระทรวงใหม่ ขณะนี้ได้ชื่อกระทรวงใหม่ชัดเจนแล้ว คือกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากนายกฯ ให้นโยบายว่าปฏิรูปอุดมศึกษาต้องมาก่อน เพราะเป็นรากฐานในการศึกษาประกอบด้วย การวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม อีกทั้งกระทรวงใหม่ต้องครอบคลุมทุกศาสตร์ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์

“ที่ประชุมมีความกังวลเรื่องเวลาในการจัดตั้งกระทรวงใหม่ว่าจะทันก่อนการเลือกตั้งปี 2562 หรือไม่ อีกทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.ต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 พฤศจิกายน และจะไม่รับวาระใหม่ ฉะนั้นจะเหลือเวลาในการจัดทำรายละเอียด ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. … ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและนวัตกรรม ประมาณ 3 เดือนครึ่งเท่านั้น จึงต้องรีบจัดทำ เพื่อจะให้ทันเสนอ สนช.พิจารณาได้ในเดือนตุลาคมนี้ อีกทั้งตามขั้นตอนการจัดทำ ร่างพ.ร.บ.ต้องเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะแล้วเสร็จ จึงกังวลว่าอาจไม่ทันการณ์ ทางพล.อ.อ.ประจิน ได้แนะนำว่าให้ประสานทางคณะกรรมการกฤษฎีกาตั้งคณะทำงานมาทำงานคู่กันเพื่อพิจารณาในคราวเดียว” นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดมกล่าวว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดูภาพรวมการจัดตั้งกระทรวงใหม่ โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อ.ประจิน เป็นที่ปรึกษา มีประธานร่วม 4 คน คือ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ (วท.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และตน นอกจากนี้มีคณะกรรมการ 10 คน ประกอบด้วย ตัวแทนจาก สกอ., วท., เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอวช.), สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงบประมาณ, และกรมบัญชีกลาง หน่วยงานละ 1 คน และบุคคลภายนอก 2 คน โดยมีฝ่ายเลขานุการ 3 คน เป็นตัวแทนจากสำนักงานนายกรัฐมนตรี สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะเร่งดำเนินการจัดการเรื่องทั้งหมดเพื่อเสนอเข้าสนช.ภายในเดือนตุลาคมนี้

รัฐมนตรีช่วย ศธ. กล่าวต่อว่า คณะทำงานจะดู 2 แนวทางคือ 1.พิจารณาร่างพ.ร.บ. การอุดมศึกษา พ.ศ. … ซึ่งยืนยันว่าจะยึดร่างเดิมเพราะผ่านกระบวนการครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ต้องเพิ่มโครงสร้างกระบวนการที่ต้องเชื่อมโยงในส่วนของวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีร่างพ.ร.บ.อยู่แต่ยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ที่อาจจะต้องปรับรายละเอียดเพราะเป้าหมายเดิมคือดูแลทั้งประเทศ รวมทั้งประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง และ 2. เขียนพ.ร.บ.ใหม่ที่ครอบคลุมทั้งอุดมศึกษาและการวิจัย ซึ่งตามกรอบเวลา 3-4 เดือนเป็นไปได้ยาก และแนวโน้มที่ประชุมจะเห็นสอดคล้องกับแนวทางแรกมากกว่า

“สุดท้ายหากการดำเนินการไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แนะนำผมเป็นการส่วนตัว ซึ่งมี 2 แนวทางคือ 1.ผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม กำหนดโครงสร้างของอุดมศึกษา การวิจัยให้เห็นภาพและเขียนบทเฉพาะว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันหรือ 120 วัน และ2. ผลักดันให้เกิดการตั้งกระทรวงใหม่พร้อม แนบร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา และเขียนในบทเฉพาะกาลว่าจะมีการออกพระราชกฤษฎีกาในส่วนของการวิจัยและนวัตกรรม ก็สามารถดำเนินการได้” นพ.อุดม กล่าว

Advertisement