วันที่ 14 มกราคม นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ กล่าวกับมติชนออนไลน์ ว่า กระแสข่าวดาวเคราะห์เจ็ดดวงเรียงกัน เริ่มมีมาตั้งแต่เปิดปี 2568 เลยทีเดียว โดยเฉพาะในติ๊กต็อก ในเอกซ์ และเฟซบุ๊ก เริ่มมีคนแชร์ว่า วันที่ 25 มกราคม 2568 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวกัน 7 ดวง เป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง ให้กาปฏิทินรอไว้เลย มีโอกาสแค่ครั้งเดียวในชีวิต บางโพสต์แสดงภาพประกอบที่แสดงภาพของดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์เจ็ดแปดดวงเรียงต่อกันเป็นเส้นราวกับลูกชิ้นเสียบไม้อย่างไรอย่างนั้น เช่น บางกระแสบอกเป็นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้น
นายวิมุติ กล่าวว่า ข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้คือ วันที่ 25 มกราคม 2568 นี้ ดาวเคราะห์เรียงกันจริง แต่ไม่ได้เรียงเป็นแนวแบบที่เห็นในภาพข้างบน และไม่ได้เรียงกันแค่วันที่ 25 มกราคม ด้วย แต่ดาวเคราะห์ทุกดวงเรียงกันบนฟ้าทุกวัน
“ถ้าจะให้เข้าใจชัดเจนต้องเข้าใจคำว่า “เรียง” ให้ตรงกันเสียก่อน คำว่าดาวเคราะห์เรียงกันมักพูดกันนั้น หมายถึงปรากฏว่าเรียงกันเป็นแถวบนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก เหมือนดาวเคราะห์เข้าแถว แต่ในอวกาศดาวเคราะห์ไม่ได้เรียงกันจริง ๆ “นายวิมุติ กล่าว
กรรมการวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ กล่าวว่า ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีวงโคจรเป็นของตัวเอง มีคาบโคจรช้าเร็วต่างกันไป ดังนั้นเมื่อมองลงมาจากมุมมองที่อยู่เหนือระนาบวงโคจรจะเห็นดาวเคราะห์แต่ละดวงอยู่กระจัดกระจายกันไปไม่ได้เรียงกัน แต่การที่วงโคจรของดาวเคราะห์ทุกดวงมีระนาบใกล้เคียงกันจนเกือบเป็นระนาบเดียวกัน อาจมีเบี่ยงเบนได้เล็กน้อย เมื่อมองดาวเคราะห์จากในระนาบวงโคจรนั้น ก็จะเห็นดาวเคราะห์ทุกดวงเรียงเป็นแนวเดียวกัน อาจจะคดบ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในแนวเดียวกัน การที่เราดูดาวจากบนโลก จึงมองเห็นดาวเคราะห์ทั้งหมดเรียงกันเป็นแนวเดียวกันเสมอ ซึ่งระนาบที่เป็นแกนของแนวนั้นก็คือระนาบสุริยวิถีนั่นเอง
“หากยังนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงตอนเราดูการแข่งขันฟุตบอลจากบนอัฒจรรย์ซึ่งเป็นมุมสูง จะเห็นนักฟุตบอลวิ่งเล่นกันกระจัดกระจายทั่วสนาม ไม่ได้เรียงกัน แต่ในมุมมองนักฟุตบอลที่อยู่ในสนาม จะมองเห็นนักฟุตบอลคนอื่นทุกคนอยู่ในแนวเดียวกันหมด เพราะนักฟุตบอลทั้งหมดรวมถึงตัวผู้ดูยืนอยู่บนระนาบเดียวกันซึ่งก็คือสนาม”นายวิมุติ กล่าว
เมื่อถามว่า แล้วโอกาสที่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจะมาเรียงกันเป็นเส้นตรงแบบลูกชิ้นเสียบไม้เป็นไปได้หรือไม่ นายวิมุติ กล่าวว่า ในทางทฤษฎีย่อมเป็นไปได้ แต่เกิดขึ้นยากมาก ทั้งนี้ วิล ทริก จากเว็บไซต์ earthsky.org ได้ประเมินว่ามีโอกาสเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นได้ทุก 396 พันล้านปี ตัวเลขนี้ยาวนานกว่าอายุขัยของระบบสุริยะเสียอีก จึงกล่าวได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนมกราคม ตำแหน่งดาวเคราะห์บนท้องฟ้า ก็นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะมีเคราะห์สว่างให้เห็นหลายดวง เป็นช่วงฤดูหนาวที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะแก่การดูดาว และเป็นช่วงที่ดาวอังคารใกล้โลก จึงสว่างเป็นพิเศษ
“ทันทีหลังดวงอาทิตย์ตกจนฟ้าเริ่มมืดมองเห็นดาว จะเห็นดาวเสาร์อยู่ใกล้ขอบฟ้าที่สุดอยู่ทางทิศตะวันตก แม้ช่วงนี้แสงจะริบหรี่ไปมากก็ตาม ถัดขึ้นมาเป็นดาวศุกร์สว่างไสว ใกล้จุดเหนือศีรษะเยื้องไปทางตะวันออกคือดาวพฤหัสบดี และที่อยู่เหนือขอบฟ้าทางทิศตะวันออกคือดาวอังคารที่อยู่ในช่วงสว่างเป็นพิเศษส่องแสงสีแดงส้มโดดเด่นเหนือใคร ความจริงยังมีอีกสองดวงที่ยังอยู่ในแนวนี้ด้วย แต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือดาวเนปจูนและดาวยูเรนัส ดาวเนปจูนช่วงนี้อยู่เหนือดาวเสาร์ขึ้นมาเล็กน้อย ดาวยูเรนัสอยู่เหนือศีรษะเกือบพอดีเลยทีเดียว มีดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่ไม่ได้ร่วมวงในเย็นวันนั้นคือดาวพุธ เพราะในช่วงนั้นดาวพุธอยู่อีกฟากหนึ่งของดวงอาทิตย์ จึงมองเห็นได้ในช่วงเช้ามืดแทน ดาวเคราะห์ทั้งหมดเรียงเข้าแถวพาดเป็นแนวจากตะวันตกเฉียงใต้ไปยังตะวันออกเฉียงเหนือ”ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าว
นายวิมุติ กล่าวว่า ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีการเปลี่ยนตำแหน่งไปบนท้องฟ้าวันละน้อย ดังนั้นปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงแถวเช่นนี้จึงเกิดขึ้นได้ครั้งละหลายวัน และหากสังเกตทุกวันก็จะสังเกตการเปลี่ยนตำแหน่งของดาวเคราะห์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะดาวศุกร์และดาวอังคาร เป็นวิธีการเรียนรู้การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ที่ดีวิธีหนึ่ง แม้ปรากฏการณ์นี้จะไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก แต่ก็มีเสน่ห์น่าเย้ายวน จึงอยากชวนให้ออกไปดูดาวกัน
โดยสรุปก็คือ วันที่ 25 มกราคม 2568 ดาวเคราะห์บนท้องฟ้าเรียงกันเป็นแนวเดียวกันจริง การเรียงนี้คือการเรียงกันบนท้องฟ้าเมื่อมองจากโลก ไม่ใช่เรียงกันในอวกาศ การเรียงกันในอวกาศของดาวเคราะห์เป็นเส้นตรงเป็นเรื่องเกิดขึ้นได้ยากมากจนถึงเป็นไปไม่ได้ ดาวเคราะห์เรียงกันเป็นแนวเดียวกันทุกวัน ไม่ว่าวันไหน เดือนไหน ปีไหน ก็เรียง จึงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร
ภาพจาก NASA/JPL