นักดาราศาสตร์เผย ฝุ่นบนโลกอันตรายแล้ว ฝุ่นบนดวงจันทร์อันตรายสุดๆ แค่PM1 หยักและคมมาก แฮร์ริสัน ชมิตต์ เผยในบันทึก สูดเข้าไปเกือบตาย
เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายวิมุติ วสะหลาย กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า ว่าด้วยเรื่องของฝุ่นที่ช่วงนี้ไปไหนมีแต่คนบ่นเรื่องของฝุ่น PM2.5 คนที่ป้องกันก็ป้องกันไป คนเผาก็เผาไป ไม่รู้ปัญหานี้เมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนเสียที ทั้งนี้ ฝุ่นไม่ได้มีเฉพาะบนโลกมนุษย์เท่านั้น แต่บนดวงจันทร์ก็ยังมีฝุ่นด้วยเช่นกัน
“ถ้าคิดว่าฝุ่น PM2.5 บนโลกอันตรายแล้ว ฝุ่นบนดวงจันทร์โหดกว่ามาก ฝุ่นดวงจันทร์มีขนาดเล็กละเอียดเหมือนแป้ง มีขนาดเล็กได้ถึงต่ำกว่า 1 ไมครอน (PM1) และอนุภาคฝุ่นก็มีความหยักและคมมาก ฝุ่นบนดวงจันทร์เกิดจากการแตกหักของหินที่เกิดจากการปริแตกตามการขยายและหดตัว และจากการชนของอุกกาบาตน้อยใหญ่เป็นเวลานับพันล้านปี บนดวงจันทร์ไม่มีสภาพลมฟ้าอากาศที่จะช่วยลบคมของฝุ่นได้ ฝุ่นที่เกิดมาจึงยังคงสภาพดั้งเดิม เมื่อส่องเม็ดฝุ่นด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบว่าเม็ดฝุ่นบนดวงจันทร์มีลักษณะเป็นแง่ง เป็นสัน ไม่ใช่เม็ดกลมมนเหมือนฝุ่นบนโลก ทำให้ฝุ่นยึดเกาะกันเองและยึดเกาะกับสิ่งต่างๆ ได้ดี” นายวิมุติกล่าว
นายวิมุติกล่าวว่า นอกจากนี้พื้นผิวดวงจันทร์ยังได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้มีสมบัติเป็นประจุไฟฟ้า สิ่งนี้ยิ่งทำให้ฝุ่นดวงจันทร์ยึดเกาะกับสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น คนที่มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับฝุ่นดวงจันทร์ดีที่สุด เห็นจะไม่มีใครเกินมนุษย์อวกาศในโครงการอะพอลโลที่เคยไปดวงจันทร์เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน ขณะที่ไปเดินบนดวงจันทร์จะไม่ได้สัมผัสฝุ่นโดยตรง เพราะมีชุดอวกาศที่ปกป้องอย่างแน่นหนา แต่เมื่อกลับเข้ามาในยานแล้วถอดชุดออกก็จะมีโอกาสได้สัมผัสกับฝุ่นนั้นโดยตรง

ยูจีน เชอร์แนน ภาพจาก นาซา
“มนุษย์อวกาศเกือบทุกคนให้การตรงกันว่า ฝุ่นดวงจันทร์มีกลิ่นคล้ายเขม่าดินปืน ซึ่งก็น่าแปลก เพราะการวิเคราะห์ฝุ่นดวงจันทร์ไม่พบว่ามีองค์ประกอบใดใกล้เคียงดินปืนเลย นอกจากมีกลิ่นชวนพิศวงแล้ว ฝุ่นดวงจันทร์ยังทำให้เกิดการระคายเคืองรุนแรงอีกด้วย คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดคือ แฮร์ริสัน ชมิตต์ มนุษย์อวกาศในโครงการอะพอลโล 17 ซึ่งบันทึกไว้ว่า หลังจากที่ตนได้สูดเอาฝุ่นดวงจันทร์เข้าไป ก็มีอาการคล้ายกับเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ จาม น้ำตาไหล และเจ็บคอ อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับมนุษย์อวกาศเป็นเพียงอาการระยะสั้น ส่วนในระยะยาวจะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ เพราะไม่เคยมีใครนำฝุ่นมาดมต่อบนโลกยาวๆ แต่มีกรณีที่น่าจะพอเปรียบเทียบได้คือ การศึกษาผลจากการสูดฝุ่นภูเขาไฟและฝุ่นจากเหมืองถ่านหิน ซึ่งมีความละเอียดคล้ายฝุ่นดวงจันทร์ พบว่าทำให้มีอาการหลอดลมอักเสบ หายใจมีเสียงฮืดฮาด ระคายเคืองตา และเนื้อเยื่อปอดเป็นแผล นอกจากนี้งานวิจัยบางฉบับยังแสดงว่าฝุ่นยังทำให้ดีเอ็นเอของเซลล์เสียหาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ หรือจนถึงเป็นมะเร็งปอดได้อีกด้วย” ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทยกล่าว

นายวิมุติกล่าวว่า ฝุ่นดวงจันทร์ที่ติดมากับชุดอวกาศเป็นปัญหามากในภารกิจอะพอลโล ความคมของฝุ่นทำให้เส้นใยของชุดถลอกและฉีกขาด ทำให้ซิปติด แถมยังเกาะแน่นจนกำจัดได้ยาก มนุษย์อวกาศเล่าว่า แม้จะพยายามกำจัดด้วยเครื่องดูดฝุ่นก็ออกไม่หมด ในภารกิจอะพอลโล 11 หลังจากที่เสร็จภารกิจบนดวงจันทร์ นีล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดริน กลับเข้ามาในลูนาร์มอดูล เมื่อถึงเวลาต้องนอนพักทั้งคู่เลือกที่จะนอนโดยสวมหมวกเอาไว้เพราะกลัวว่าจะต้องหายใจเอาฝุ่นเข้าไป ครั้นเมื่อทั้งสองกลับไปยังมอดูลสั่งการแล้วก็ยังมีฝุ่นติดตัวไปอีกมาก เมื่อพบกับคอลลินที่ควบคุมมอดูลสั่งการอยู่ ทั้งคู่ทำได้เพียงจับมือแสดงความยินดีกับคอลลินแทนที่จะเข้าสวมกอดตามธรรมเนียมฝรั่ง เพราะเกรงว่าจะเอาฝุ่นไปเปื้อนเพื่อนเข้า


