LEAD Education วิเคราะห์การเรียนรู้เด็กรายบุคคล
ระบบการศึกษาไทยที่ใช้หลักสูตรแกนกลางแบบเดียวกันทั่วประเทศ แม้จะมีข้อดีเรื่องมาตรฐานกลางแต่กำลังกลายเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ เพราะการเรียนการสอนแบบเดียวกันอาจไม่ตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้เรียน นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และความสนใจไม่เท่ากัน ทำให้เด็กเรียนรู้ไม่ทันกันในชั้นเรียน เกิดเป็นช่องว่างการเรียนรู้ และนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษาในที่สุด
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาพัฒนา แพลตฟอร์ม LEAD Education (LEarning analytics of ADaptive Education) บริการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ครูมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และนำไปใช้ปรับแผนการสอนได้อย่างเหมาะสม

ดร.เสาวลักษณ์ แก้วกำเนิด หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา กลุ่มวิจัยการสื่อสารและเครือข่าย เนคเทค สวทช. กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีความก้าวหน้าอย่างมากจนเอื้อให้เกิดการพัฒนา Adaptive Education Platform รูปแบบต่าง ๆ มาให้บริการติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านระบบออนไลน์ (E-learning) แบบรายบุคคล เพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนที่อาจเป็นปัญหาในการเรียนรู้ และแนะนำเนื้อหาที่ควรศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ
“แพลตฟอร์ม LEAD Education ประกอบด้วย 4 เทคโนโลยีที่พร้อมให้บริการแล้ว ได้แก่ 1.BookRoll ช่วยติดตามการอ่านเอกสารสื่อการเรียนรู้ที่เป็นไฟล์ PDF เพื่อระบุว่าผู้เรียนใช้เวลาอ่านเนื้อหาส่วนไหนมากเป็นพิเศษ มีการขีดเน้นส่วนสำคัญหรือส่วนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงจุดใดบ้าง 2.KidBright Simulator ติดตามการเรียนรู้ทักษะโค้ดดิง (Coding) ผ่านการฝึกเขียนโค้ดในรูปแบบบล็อก โดยระบบจะติดตามความเร็วในการต่อบล็อกแต่ละส่วน จุดที่นำบล็อกออกแล้วต่อใหม่ รวมถึงช่วยนับจำนวนบล็อกที่ใช้ต่อทั้งหมด เพื่อประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจเรื่องการเขียนโค้ดของผู้เรียน
3.VIOLA (Video Interaction and Online Learning Analytics) ติดตามการเรียนรู้ผ่านสื่อวิดีโอ เช่น ระยะเวลาที่ใช้ดูวิดีโอ อัตราการดูซ้ำ หรือคะแนนจากแบบทดสอบในวิดีโอ เพื่อประเมินความเข้าใจในเนื้อหา และ 4. Abdul for Education ติดตามการตอบคำถามในระบบแชตบอตเพื่อวัดความเข้าใจเนื้อหาบทเรียน”

ปัจจุบัน สวทช. ได้นำ “หลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เข้ามาเป็นโมดูลการเรียนรู้ใน แพลตฟอร์ม LEAD Education และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำร่องขยายผลการใช้งานจริงในโรงเรียน 750 แห่ง โดยตั้งเป้ามีคุณครูเข้าถึงแพลตฟอร์มประมาณ 1,400 คน และนักเรียนไม่น้อยกว่า 140,000 คนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเข้าใจเทคโนโลยี AI อย่างถูกต้อง สามารถใช้งานได้จริง และตระหนักถึงจริยธรรมและผลกระทบของ AI ต่อสังคม รวมถึงส่งเสริมการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยครูผู้สอนให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง

นายกรกันต์ ดิตถ์อัศวณิช ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว กล่าวว่า โรงเรียนได้นำแพลตฟอร์ม LEAD Education เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนเรื่องจริยธรรมและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ AI ซึ่งนักเรียนต้องลงทะเบียนเรียนหลักสูตรผ่านระบบออนไลน์ และเข้าไปศึกษาเนื้อหาในแต่ละบทเรียนด้วยตนเอง ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้มีหลากหลาย เช่น เอกสาร PDF วิดีโอ และกิจกรรมต่าง ๆ นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด โดยแพลตฟอร์มจะติดตามเก็บข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียน จากนั้นครูจะนำเนื้อหาในแต่ละบทเรียนมาทำกิจกรรมในชั้นเรียน เช่น เล่นเกมตอบคำถาม กิจกรรมสรุปเนื้อหา เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและวัดผลการเรียนรู้ ทั้งนี้หากนักเรียนยังไม่เข้าใจเนื้อหาในส่วนใดก็กลับไปทบทวนด้วยการย้อนดูคลิปหรือเอกสารประกอบได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ซ้ำที่เป็นประโยชน์
“หัวใจสำคัญ คือ ในแพลตฟอร์มคือมี Dashboard ที่ให้ครูเข้าไปติดตามการเรียนรู้ของเด็กแบบรายบุคคล โดยระบบจะแสดงผลภาพรวมการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้าในการเรียน คะแนนจากการทำแบบทดสอบ ทำให้สามารถวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของนักเรียนได้อย่างแม่นยำ และนำมาใช้จัดกลุ่ม รวมถึงออกแบบกิจกรรมเสริมศักยภาพให้แก่นักเรียนแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาการเรียนการสอนแบบเดิม ๆ ที่ไม่สามารถติดตามความเข้าใจของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือเสริมการเรียนรู้ ยังช่วยกระตุ้นให้นักเรียนค้นหาความรู้ด้วยตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา และมีทักษะการใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน”
แพลตฟอร์ม LEAD Education เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการศึกษาไทยให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัล และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพพร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกอนาคต
ตัวระบบการศึกษา พร้อมมาก แต่ในภาพกว้าง การศึกษาไทย พร้อมที่จะนำไปใช้แค่ไหน

